5 สถานที่เที่ยว เมื่อไปเวียดนามแล้ว ห้ามพลาด!!

คนใดกันกำลังเริ่มจะมีทริปท่องเที่ยวต่างชาติเวียดนามบ้าง ทัวร์เวียดนาม ทราบเลยว่าคนไม่ใช่น้อยก็ต้องการจะทดลองท่องเที่ยวเวียดนามมองเนื่องจากว่าเป็นประเทศที่มีความน่าดึงดูดใจอยู่เยอะแยะ อีกทีการเดินทางก็สบายเพราะว่าอยู่ใกล้กับประเทศบ้านพวกเรา รวมทั้งราคาสิ่งของเครื่องใช้ของกินต่างๆก็ไม่แพงอีกด้วย ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดในเวียดนามนั้นก็จะมี…
1. อ่าวฮาทดลอง
Ha Long Bay
เป็นสถานที่เที่ยวที่แรกที่จะจำเป็นต้องมาให้ได้เมื่อมาเวียดนาม เพราะเหตุว่าอ่าวที่นี้ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของพืชสัตว์แล้วก็ธรรมชาติไว้อย่างยอดเยี่ยม ข้อดีของอ่าวนี้ก็คือมีเกาะกระจัดกระจายอยู่ทั่วอีกทั้งอ่าว ซึ่งแต่ละเกาะนั้นก็จะไม่เหมือนกันออกไปมีผู้คนอาศัยอยู่บนเกาะเล็กเกาะน้อยนั้นเยอะๆ ก็เลยไม่ประหลาดใจเลยจ้ะว่าเพราะอะไรถึงได้รับการชมเชยให้แปลงเป็นมรดกของโลก
2. ราชสำนักทังทดลอง
Imperial Citadel of Thang Long
เป็นราชสำนักที่ถูกผลิตขึ้นด้วยหินทั้งปวง ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติของวงศ์สกุลโฮและก็ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช1379 เป็นวังอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกในด้านทางด้านวัฒนธรรม โน่นก็เนื่องจากว่าเป็นพระราชสำนักหินที่เดียวที่เหลืออยู่ในเอเซียอาคเนย์ และก็ได้ถูกสรรเสริญให้เป็นตัวอย่างที่เด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมในสมัยเก่า มันเกิดเรื่องที่น่าพิจารณาตรงที่ว่าคนยุคนั้นสร้างวังที่นี้อย่างงดงามขึ้นมาได้อย่างไรกัน
3. เมืองเก่าฮอยอัน
Hoi An Old Town
เป็นเมืองเก่าที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่ริมฝั่งของสมุทรจีนใต้ ซึ่งเมืองที่นี้ราษฎรยังคงใช้ชีวิตแบบเริ่มแรก แม้เทคโนโลยีต่างๆจะเข้ามามากมากแค่ไหน ในเมืองที่นี้มีพิพิธภัณฑสถานหลายแห่งที่นำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และก็ด้านวัฒนธรรมของตรงนี้ บ้านเรือนต่างๆของตรงนี้มีสถาปัตยกรรมที่ผสมระหว่างตะวันตกรวมทั้งทิศตะวันออก ก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดสถาปัตยกรรมที่มีความสวยประหลาดตาไปอีกแบบหนึ่ง
4. อุโมงค์กู๋จี
Cu Chi Tunnels
เป็นอุโมงค์ที่มีประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปที่เป็นเวลายาวนานมากๆอุโมงค์ที่นี้มีตั้งแต่ว่ายุคการทำศึกเวียดนามโน่นก็เพราะเหตุว่าเคยใช้เป็นที่ลี้ภัยจากระเบิดต่างๆข้างในอุโมงค์ได้ถูกทำขึ้นให้มีหลายชั้นแล้วก็แต่ละชั้นนั้นก็จะมีระบบระเบียบกรองอากาศที่มีคุณภาพเอามากๆก็เลยทำให้การเข้ามาอาศัยในอุโมงค์ที่นี้ไม่มีอันตรายหายใจสบาย ทั้งยังในอุโมงค์ที่นี้ยังมีห้องพยาบาลห้องที่ใช้สำหรับการประชุมหอพักรวมทั้งมีหลายห้องที่ทำขึ้นมาเพื่อความสบายสบายต่างๆที่มีความหมายว่าอุโมงค์ที่นี้เป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันมากแห่งหนึ่ง
5. วังหมีเซิน
My Son Sanctuary
เป็นวังที่หลงเหลือมาจากอาณาจักรจามขว้าง เป็นสถาปัตยกรรมโบราณของอินดูและจัดว่าบริบูรณ์ที่สุด ยุคเก่านั้นพระราชวังที่นี้ได้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อบูชาพระศิวะ ตัวพระราชวังจะมีรูปปั้นต่างๆซึ่งในก่อนหน้านั้นจะมีสิ่งปลูกสร้างโบราณกว่า 70 ข้างหลัง แม้กระนั้นเพราะเหตุว่าในตอนการรบก็เลยทำให้พระราชวังนั้นคงเหลืออยู่เพียงแค่ 22 ข้างหลังแค่นั้น แล้วแน่ๆว่าที่นี่ก็ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

ท่องเที่ยว ฮอยอัน เมืองมรดกโลกที่คุณห้ามพลาด!!

มีคนไหนต้องการจะมาท่องเที่ยวเวียดนาม ทัวร์เวียดนาม กันบ้างยกมือขึ้น!! ไม่ว่าใครจะมาท่องเที่ยวผู้เดียวหรือมาท่องเที่ยวกับทัวร์เวียดนาม วันนี้พวกเรามีเมืองเมืองหนึ่งของเวียดนามที่เป็นมรดกโลก ที่ต้องการจะมาเสนอแนะให้เพื่อนฝูงๆได้ลองท่องเที่ยวมอง มันก็คือ “ฮอยอัน” ที่เป็นเมืองมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม บอกได้เต็มปสกเลยว่าเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นอาคารเก่าสไตล์วัวโลเนียลหรือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของชาวกรุงก็ตาม วันนี้พวกเราได้เก็บสถานที่เที่ยวที่น่าท่องเที่ยวน่าดึงดูดในฮอยอัน ที่หากคุณไปเมืองนี้แล้วรับประกันว่าคุณจำเป็นต้องต้องการไปอีกเป็นครั้งลำดับที่สองแน่
ที่น่าท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน
1. สะพานประเทศญี่ปุ่น
เป็นสะพานผ่านลำคลองที่แบ่งเขตชุมชนระหว่างคนญี่ปุ่นคนจีน พูดได้ว่าเป็นสะพานที่เชื่อมเขตชุมชนระหว่างคนจีนแล้วก็คนญี่ปุ่นซึ่งสามารถไปมาหาสู่กันเพื่อค้าขายขาย ความงดงามของสะพานที่นี้ก็คือมีหลังคาอยู่ข้างบนและก็มีรูปปั้นหมาแล้วก็ดินอยู่ที่เชิงสะพาน คนไหนกันแน่ที่มาตรงนี้จะประสบพบเห็นบ้านช่องสไตล์ประเทศญี่ปุ่นแท้ๆแล้วก็มีร้านรวงน่ารักน่าเอ็นดูๆให้ได้เลือกจับจ่ายซื้อของกันอย่างเพลิดเพลินใจ
2. สโมสรฟุกเกี๋ยน
ตรงนี้มีสถาปัตยกรรมที่หรูหราของชมรมจีนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสัมพันธ์จีนอีก 5 ที่ในเมืองฮอยอัน เป็นศูนย์ของคนจีนที่ย้ายถิ่นมาจากที่อื่นๆ ข้อดีแล้วก็ความสวยสดงดงามของชมรมฟุกเกี๋ยนอยู่ที่ตึกไม้สลักรอบรอบๆเต็มไปด้วยร้านขายของที่ทำด้วยมือ ได้แก่ งานแกะ ประทีปผ้าไหม และก็ภาพวาดที่สะท้อนให้มองเห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวฮอยอัน เพื่อนักเดินทางสามารถซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกได้ นั่นเอง
3. สโมสรคนจีนกวางตุ้ง
เป็นสถานที่ที่คนจีนสร้างไว้เพื่อพบปะสนทนาพบปะรวมทั้งใช้เป็นแท่นบูชาบรรพบุรุษของตนด้วย สถาปัตยกรรมของตึกนั้นตกแต่งเป็นด้วยรูปปั้นมังกรและก็สิงโตที่ประดับประดาตามซุ้มประตูต่างๆแล้วก็รอบรอบๆน้ำพุ ข้างในตึกมีแท่นบูชาที่อุทิศให้กับนายพล Quan Cong ซึ่งเป็นสุดที่รักและก็เป็นที่เชื่อถือในสมัยสามก๊ก รวมทั้งทำเพื่อเป็นเครื่องหมายที่ความซื่อสัตย์ความซื่อตรงรวมทั้งความชอบธรรม
4. บ้านเลขที่ 101
บนถนนหนทางเส้นนี้มีบ้านให้เลือกเข้าชมอยู่ 3 ข้างหลังแม้กระนั้นที่พลาดมิได้เลยก็คือบ้านเลขที่ 101 ซึ่งเป็นบ้านประจำเชื้อสายของ Tan Ky บ้านที่นี้มีความสะดุดตาตรงที่อีกทั้งบ้านนั้นเป็นไม้ทั้งยังข้างหลังและไม่มีหน้าต่าง เหนือบานประตูจะมีเครื่องหมายหยินหยาง จะมีการแยกพื้นที่เป็นสัดส่วนได้อย่างแจ่มแจ้ง ตั้งแต่ หอสมุด ห้องรับแขก และก็ครัว
เป็นอย่างไรกันบ้างกับสถานที่เที่ยวฮอยอันที่เป็นเมืองที่มรดกของโลก ซึ่งในฮอยอันนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวในสมัยก่อนทางประวัติศาสตร์รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่ยังมีชีวตำหนิอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานบ้านที่พักและยังรวมไปถึงผู้คนที่ยังอาศัยอยู่ตรงนี้ ไม่สนเท่ห์ใจเลยว่าเพราะเหตุใดตรงนี้ถึงได้รับฉายานามว่าเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ

5 สถานที่เที่ยว ทางธรรมชาติ มาบรรเทา พักหัวใจกันที่เวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม เวียดนามเพียงพอเอ่ยถึงชื่อนี้รวมทั้งจำเป็นต้องคิดถึงความยุติธรรมชาติบรรยากาศดีๆอย่างแน่แท้ แถมดวงดีของชาวไทยเลยที่ประเทศนี้อยู่ไม่ไกล ก็เลยทำให้ออมค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทางไปได้มากเลยครั้งเีดยว วันนี้พวกเราจะมาเสนอแนะสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติเวียดนาม ที่บอกเลยว่าดี๊ดีเลิศอย่างยิ่งจริงๆจ้ะ เริ่มต้องการรู้แล้วใช่ไหมจ้ะว่ามีตรงไหนบ้างหากอยากทราบตามกันมาเลยจ๊า!
1. อุทยานแห่งชาติบาเบ๋
(Ba Be National Park)
สวนที่นี้ไม่ค่อยดังสำหรับนักเดินทางส่วนมากสักเท่าไหร่ ผู้ที่รู้จักสวนที่นี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเดินทางกรุ๊ปเล็กๆสวนที่นี้บอกเลยจ้ะว่าเป็นสถานที่ที่ผู้ที่ประทับใจความเงียบควรมาอย่างยิ่ง สวนที่นี้เต็มไปด้วยความสงบเงียบและก็ยังมีอากาศที่บริสุทธิ์ ในสวนก็จะเต็มไปด้วยน้ำตกถ้ำเทือกเขาหินปูนแล้วก็ทะเลสาบที่มีความยาวมากยิ่งกว่า 8 กม. น่าดึงดูดไหมละค่ะ
2. น้ำตกบ่านซก
(Ban Gioc Waterfall)
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าน้ำตกเต๋อเทียน (Detian Falls) เป็นน้ำตกที่มีความงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลกมีขนาดใหญ่เป็นชั้น 4 ของโลกรองมาจาก น้ำตกไนแอการา น้ำตกวิกตอเรีย แล้วก็น้ำตกอีกวาซู บอกให้ว่าเป็นน้ำตกที่งามที่สุดเลยนะจ้ะไม่สนเท่ห์ใจเลยที่มีความสวยสดงดงามเป็นชั้น 4 ของโลก ทั้งทิวทัศน์ทิวภาพของน้ำตกนั้นจะแปรไปตามฤดูกาลอีกด้วย เลยมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยละขา
3. น้ำตกดาตันลา
(Datanla Waterfall)
เป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติแห่งหนึ่งของเมืองแก้ว ที่เกิดขึ้นมาจากเทือกเขาหินอ่อนเป็นน้ำตกที่มิได้ใหญ่มากสูงคร่าวๆ 20 เมตร แม้กระนั้นบอกเลยจ้ะว่าที่นี่มีความสวยมากมายๆแถมตัวน้ำตกก็ยังมีหลายชั้นอีกด้วย
4. พระราชวังหมีเซิน
(My Son Sanctuary)
พระราชวังที่นี้เป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่มีความหมายอันดับหนึ่งของอาณาจักรจามขว้าง จัดเป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดูที่ดั้งเดิมและก็บริบูรณ์ที่สุดในอินโดจีน มีวังทั้งปวง 73 ข้างหลัง แต่ว่าในขณะนี้โบราณสถานเยอะๆได้ถูกทำลายไปเนื่องจากในตอนการทำศึกเวียดนามทหารเวียดนามนั้นได้ใช้พระราชวังเป็นกองกองทัพรวมทั้งถูกทำลายไม่น้อยเลยทีเดียว ก็เลยทำให้ตอนนี้นั้นเหลือวังแค่เพียง 22 ข้างหลังเพียงเท่านั้นจ้ะ
5. ราชสำนักเว้
(Complex of Hue Monuments)
คราวก่อนเว้นั้นเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามในเมื่อตอน 400 ปีที่ผ่านมา ซึ่งราชสำนักที่นี้ได้รับอิทธิพลมาจากจีนเนื่องจากว่าถูกดูแลโดยจีนมานานนับพันปี ก็เลยทำให้มีแบบสถาปัตยกรรมแบบจีน ที่ถูกดีไซน์ให้มีกำแพงล้อมถึง 3 ชั้นโดยชั้นในสุดก็คือ ตือกามแทงห์ หรือนครต้องห้ามของจักรพัตราธิราชนั่นเอง เป็นสถานที่ที่น่าดึงดูดไม่น้อยกว่าที่แหน่งใดเลยจะต้องลองท่องเที่ยวกันมองนะทุกคน

6 สิ่งที่จำต้องทราบ เมื่อไปเวียดนาม ควรจะเตรียมพร้อมอย่างไรดี?

คนไหนที่กำลังต้องการจะไปท่องเที่ยวเวียดนาม ทัวร์เวียดนาม อยู่ วันนี้พวกเราจะมาให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับการจัดแจงเพื่อท่องเที่ยวเวียดนาม ถึงแม้ประเทศเวียดนามนั้นจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านของพวกเรา ที่ดูแล้วสภาพภูมิอากาศหรือสิ่งแวดล้อมก็คงจะไม่มีความต่างกันมากเท่าไรนัก
แต่ว่าเชื่อเถอะจ้ะ ว่าในความเป็นจริงแล้วถ้าเกิดขึ้นชื่อว่าต่างแดนก็ต้องมีสิ่งที่ต่างจากบ้านพวกเราอย่างแน่แท้ มาดูกันเลยว่าการเตรียมความพร้อมเพื่อจะท่องเที่ยวเวียดนามนั้น ควรจะเตรียมอย่างไร มีอะไรบ้าง ตามกันมาเลยจ้ะ!!
1. สภาพภูมิอากาศที่ผิดแผกแตกต่าง
ก่อนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวนั้นเรื่องแรกที่คุณจำเป็นจะต้องศึกษาเล่าเรียนเลยก็คือ สภาพภูมิอากาศของประเทศเวียดนาม บอกนะว่าอากาศตรงนั้นออกจะสักครู่ร้อนประเดี๋ยวหนาว ซึ่งอากาศก็จะอยู่ที่ภูมิภาคของเวียดนามเพราะว่าภาคไหนของเวียดนามมีอากาศอย่างไร ด้วยเหตุว่าหากไม่เล่าเรียนให้ดีคุณก็บางทีก็อาจจะท่องเที่ยวแบบฝนตกตลอดทั้งวัน จนถึงมิได้ท่องเที่ยวไหนเลยก็ได้
2. เงินๆทองคำๆ
เงินของเวียดนามนั้นจะใช้หน่วยเงินที่เรียกว่า เวียดนามดอง(VND) ซึ่งการแลกเงินบาทไทยให้เป็นเงินดองเวียดนามนั้น โดยมากจะแลกเปลี่ยนที่ร้านค้ารับแลกเงินในไทยเนื่องจากมันจะสบายและก็รวดเร็วทันใจกว่า แต่ว่าถ้าเกิดคุณอยากได้อัตราแลกเปลี่ยนที่มากไม่น้อยเลยทีเดียวกว่านั้น เสนอแนะให้แลกเงินบาทไทยให้เป็นเงินดอลลาร์แล้วแล้วต่อจากนั้นนำเงินดอลลาร์ไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินดองที่ท่าอากาศยานโหน่ยบ่าย เพื่อได้เรทที่ดียิ่งกว่าเมื่อเทียบกับการแลกในไทยนั่นเอง
3. บ้านพัก
ถ้าหากว่าคุณไปท่องเที่ยวกับทัวร์ละก็ หัวข้อนี้คงจะมิได้จำเป็นต้องคิดอะไรมากมายเนื่องจากว่าทัวร์เค้าจะหาให้อยู่แล้ว แต่ว่าหากว่าคุณท่องเที่ยวด้วยตัวเองเพียงผู้เดียวหรือกับเพื่อนพ้องๆคุณก็จำเป็นที่จะต้องหาบ้านพักเองซึ่งสำหรับในการจองนั้นคุณก็จำเป็นต้องทราบก่อนว่าตนเองจะท่องเที่ยวไหน และจากนั้นก็กระทำจองหอพักไว้ก่อนที่จะได้มีการเดินทางไปท่องเที่ยว ซึ่งจำเป็นต้องหาห้องเช่าที่มีความน่าไว้วางใจรวมทั้งคนโดยส่วนใหญ่นิยมกันไป เพื่อได้ไม่ผิดหวังสำหรับการจอง
4. รับรองการเดินทาง
อันนี้สำคัญอย่างยิ่งเลย ชี้แนะเลยจ้ะใครกันแน่ที่จะท่องเที่ยวต่างถิ่นจำเป็นที่จะต้องทำรับรองการเดินทางเอาไว้ โน่นก็เพื่อเกิดเหตุคาดไม่ถึงอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการล้มป่วยต่างๆก็จะได้มีรับรองการเดิรปากทางเข้ามาช่วยโดยที่ไม่ต้องเสียเงินเสียทองอีกด้วย แต่ว่าถ้าหากว่ามิได้ทำไว้ก็ต้องเสียตังค์ในความเป็นจริงในต่างชาติ ซึ้งบางครั้งก็อาจจะยุ่งยากในหลายๆเรื่อง รับรองการเดินทางก็เลยสำคัญมากจริงๆ
5. เสื้อผ้าของใช้ในชีวิตประจำวัน
คุณจำเป็นต้องจัดแจงเสื้อผ้าให้กับสภาพภูมิอากาศที่โน้น แต่ว่าในเวียดนามนั้นลักษณะอากาศออกจะเดียวร้อนเดียวหนาว ชี้แนะว่าให้จัดแจงหลายๆแบบไปดีมากกว่า แล้วคนใดที่มีโรคประจำตัวก็อย่าลืมพกยาไปด้วยนะคะ
6. เอกสารต่างๆ
การเข้าออกต่างชาติก็ควรจะมีเอกสารต่างๆเพื่อจะได้เข้าเมืองได้อย่างแม่นยำ การเตรียมเอกสารที่ใช้สำหรับในการเดินทางก็เลยเป็นสิ่งที่ไม่สมควรจะลืมเลย ซึ่งนักเดินทางไทนสามารถอาศัยอยู่ในเวียดนามได้ 30 วัน โดยไม่จำเป็นจะต้องขอวีซ่า แต่ว่าสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับในการท่องเที่ยวเลยก็คือ หนังสือเดินทาง และก็เอกสารอื่นๆอาทิเช่น ใบจองรีสอร์ทหรือบ้านพัก สำเนาหนังสือเดินทาง

6 วัดดังในปิ้งกุ้ง ที่น่ามา ไหว้พระ ขอพร เพื่อเสริมมงคล

ทัวร์พม่า ประเทศพม่าเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของศาสนาพุทธอยู่แล้ว ก็เลยทำให้มีวัดดังมากมายก่ายกองหลายแห่งที่ทั้งยังงามรวมทั้งได้รับแรงเชื่อถืออย่างใหญ่โต ยิ่งเป็นชาวไทยพวกเราที่เชื่อถือพุทธศาสนานี้อยู่แล้วหลังจากนั้นก็ชอบนึกถึงประเทศที่นี้ ที่จะเดินทางไปได้ไม่ยากสบายใช้เวลาเพียงแต่ไม่กี่วันก็สามารถไหว้พระขอพรกับวัดดังๆได้ครบแล้ว พวกเรามาดูกันกล่าวหามีวัดไหนบ้างที่น่ามาไหว้พระขอพรเพื่อเป็นมงคลให้กับตนเองกัน มาดูกันเลยจ้ะ
1. เจดีย์กึ่งกลางน้ำเยเลพญา
(Yele Paya Pagoda)
เป็นเจดีย์ที่พิเศษกว่าที่อื่นๆนั่นก็คืออยู่กึ่งกลางน้ำเมืองสิเรียม ซึ่งตรงนี้ห่างจากปิ้งกุ้งสำหรับการเดินทางก็ราวๆ 1 ชั่วโมง ตรงนี้เหมาะสมกับผู้ที่ทำธุรกิจการค้าขายน่าจะมาขอพรไหว้พระจะดีเลิศ เพราะว่ามีการเหล่าปากต่อปากกันไว้ว่าถ้าหากขอพรกับองค์เจดีย์นี้จะก่อให้ร่ำให้มั่งคั่งยิ่งๆขึ้น! ทั้งผู้ที่สร้างเจดีย์ที่นี้ก็คือพ่อค้าชาวมอญ พ่อค้าคนนี้ก็ได้อธิษฐานไว้ว่าหากว่าอุทกภัยเมืองสิเรียมก็ขออย่าให้ท่วมถึงองค์เจดีย์นี้ แล้วมันก็เป็นอย่างงั้นจริงๆจ้ะช่างเกิดเรื่องที่แปลกประหลาดแล้วก็น่าเกินจริงมากมายเลยจริงๆ
2. เจดีย์ไจก๊อว์ ตรงที่ว่าขนาดเล็กกว่าเพียงเท่านั้น แต่ว่าถึงอย่างไรก็เป็นเจดีย์ที่มีผู้คนมากมายราบไหว้บูชากันเป็นจำนวนมาก
3. เจดีย์ชเวตอภรรยาต
(Swe Taw Myat Pagoda)
วัดที่นี้ชาวไทยจะรู้จักกันในชื่อวัดพระเขี้ยวแก้ว เป็นอีกหนึ่งวัดที่อยู่ไม่ไกลจากท่าอากาศยานมากเท่าไรนัก เป็นวัดที่มีความสวยสดงดงามรูปแบบของเจดีย์จะเป็นทรงแปดเหลี่ยมและก็แต่ละด้านก็จะมีพระเขี้ยวแก้ว โน่นในนั้นจะมีพระแก้วอยู่ซึ่งได้มาจากศรีลังกาตั้งแต่ยุคบุเรงท่วมติดตั้งอยู่ จำต้องกล่าวว่าเจดีย์ที่นี้ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองของประเทศพม่า หากได้โอกาสก็อย่าลืมแวะกันไปดู
4. วัดเก๊าโคนจี
(Kyauk Taw Gyi Temple)
คนประเทศไทยบางครั้งอาจจะไม่คุ้นกับวันนี้แต่ว่าบอกเลยว่าเป็นวัดที่ดังมากมายๆมีแห่งหนึ่ง วัดนี้คนประเทศไทยจะรู้จักกันในชื่อวัดพระหินอ่อน อย่างนั้นเนื่องจากมีพุทธรูปที่สลักจากหินอ่อนองค์ใหญ่อยู่ภายใน เป็นองค์ที่สวยมากมายๆทั้งวัดนั้นก็ยังวิจิตรตระการตางานสร้างมากมายจริงๆ
5. วัดงาทัตจี
(Nga Htat Gyi Temple)
เป็นอีกวัดที่มีพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ปางมารชิขนาดเท่าอาคาร 5 ชั้นติดตั้งอยู่ องค์พระนั้นมีความสวยมีความละเอียดประณีตสำหรับในการตกแต่งองค์ทรงเครื่องของพุทธรูป แล้วก็เป็นองค์พระยิ่งใหญ่อย่างที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยได้บอกเอาไว้จริงๆ
6. มหาเจดีย์ชเวดากอง
(Shwedagon Pagoda)
เป็นมหาเจดีย์ที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจำเป็นที่จะต้องรู้จักกันอย่างแน่ เป็นเจดีย์ที่ทั้งยังยิ่งใหญ่งามแล้วก็เป็นที่เชื่อถือของชาวประเทศพม่า ตัวองค์เจดีย์นั้นก็ถูกแต่งแต้มด้วยทองจริงๆทั้งปลายยอดของเจดีย์ก็ยังถูกแต่งแต้มตกแต่งด้วยอัญมณีจินดาต่างๆบอกเลยว่าที่นี่น่าจะมาสักหนึ่งครั้งในชีวิตนี้จึงควรลองสัมผัสมอง

3 เมืองเด็ด!ที่น่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ไปเมื่อใดก็ถูกใจได้ตลอดเวลา

ทัวร์ญี่ปุ่น จะท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะไปกับทัวร์ประเทศญี่ปุ่นหรือไปด้วยตัวเอง ก็จะต้องการไปในตอนเทศกาลเพื่อจะได้มองเห็นสถานที่เที่ยวในช่วงฤดูนั้นแบบจัดเต็ม ยิ่งเป็นสายถ่ายรูปเซลฟี้ก็ต้องการจะเก็บภาพงามๆกลับมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งความตรึงใจสำหรับในการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในตอนนั้น วันนี้ก็เลยต้องการจะเสนอแนะสถานที่เที่ยวว่าท่องเที่ยวไหนน่าจะไปเดือนไหนดี เพื่อตรงเทศกาลหรือเพื่อไปในตอนที่งามที่สุด พวกเรามาดูกันเลยแรง
1. ฮอกไกโด
(Hokkaido)
เป็นเกาะที่ใหญ่ชั้น 2 ของญี่ปุ่น ซึ่งเกาะที่นี้สะดุดตาในเรื่องของหิมะซึ่งสามารถล่อใจนักสกรีนจากประเทศต่างๆให้ต้องการมาสัมผัส ทราบไหมว่าหิมะของตรงนี้มันละเอียดกระทั่งราวกับแป้งทั้งยังยังครึ้มแล้วก็นุ่มฟูอีกต่างหาก หากไม่กล่าวว่าเป็นหิมะก็อาจนึกว่าเป็นขนมปังชะอีก ฮอกไกโดก็เลยเหมาะสมกับการมาท่องเที่ยวในฤดูหนาวเป็นที่สุด ซึ่งในฤดูหนาวก็จะเริ่มโดยประมาณพ.ย.ถึงเดือนมีนาคม แต่ว่าก็มิได้เพียงแต่เด่นในเรื่องของหิมะแค่นั้นเพราะว่าในฤดูร้อนคุณก็จะได้มองเห็นความเขียวชอุ่มรวมทั้งดอกไม้ที่บานอย่างพร้อมใจกัน ซึ่งจะอยู่ในตอนมิ.ย. ถึงตุลาคม
ตอนที่น่ามาท่องเที่ยว
หน้าหนาว(หิมะ) : พ.ย. – มี.ค.
หน้าร้อน(ดอกไม้นานาชนิด) : เดือนมิถุนายน – ต.ค.
2. โทโฮลุก
(Tohoku)
บอกเลยว่าที่นี่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่สวยแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแนวเขาป่าดงแม่น้ำหรือสมุทรที่ถูกธรรมชาติประดิษฐ์ไว้อย่างงดงาม คนไหนที่ต้องการจะมาแช่ผิวก็สามารถมาตรงนี้ได้ไพเราะออนเซ็นตรงนี้แก่มากยิ่งกว่า 400 ปี เนื่องจากว่าไม่ธรรมดาของอายุออนเซ็นแล้วทิวทัศน์ของตรงนี้นั้นก็ยังไม่ธรรมดาอีกด้วย แล้วตอนที่สวยสดงดงามแล้วก็พีคที่สุดของตรงนี้เลยก็คือในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้ใบไม้ของตรงนี้จะถูกเปลี่ยนสีไปด้วยสีเหลืองแดงส้มไปทั้งเมือง
ตอนที่น่ามาท่องเที่ยว
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี : พ.ย. – ต้นเดือนธ.ค.
3. ชุบุ
(Chubu)
เป็นเมืองพักผ่อนบนเขาและก็เป็นเมืองที่มีคนนิยมมาเล่นสกีตรงนี้กัน ดินแดนที่นี้มีความสะดุดตาในเรื่องของแนวเขาที่สูงแล้วเอนตัวเป็นแถวยาว แล้วรูปแบบของบ้านที่พักตรงนี้ก็จะต่างจากที่อื่นๆในประเทศญี่ปุ่นซึ่งก็คือหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ ที่เป็นหมู่บ้านมีชื่อเอามากๆคนไม่ใช่น้อยจะชินหูกันอย่างดีเยี่ยม บ้านเมืองของตรงนี้จะมีเอกลักษณ์ที่กระจ่างแจ้งรวมทั้งยังคงในแบบเริ่มแรกเอาไว้ การที่จะมาท่องเที่ยวที่นี้นั้นจะมาตอนไหนก็ได้เนื่องจากว่าจะได้รับความตรึงใจที่แตกต่างออกไปไม่ว่าใน ตอนหน้าร้อน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หน้าหนาวก็ตาม
ตอนที่น่ามาท่องเที่ยว : ทุกฤดู

5 สถานที่สำหรับท่องเที่ยวมหานครกรุงเมืองโตเกียว ที่สนุกสนานอย่างไม่ต้องสงสัย

ทัวร์ญี่ปุ่น เมืองโตเกียวเป็นมหานครและก็เป็นเมืองสำคัญของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้วยังเป็นเมืองที่มีสถานที่เที่ยวดังๆยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่นอยู่ตรงนี้อีกด้วย รวมทั้งการเดินทางสำหรับเพื่อการท่องเที่ยวนั้นก็แสนสบายรวมทั้งง่ายสุดๆเนื่องจากว่ามีระบบระเบียบขนส่งที่กระจัดกระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ การเดินทางไปในที่ต่างๆมันสบายรวมทั้งง่ายสุดๆๆวันนี้พวกเราจะมาชี้แนะสถานที่เที่ยวของกรุงเมืองโตเกียว ที่พักว่าเพื่อนพ้องๆจึงควรถูกใจอย่างแน่แท้
1. สวนโชวะ คิเนน
Showa Kinen Park
ถูกผลิตขึ้นเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของจักรพัตราธิราชโชวะ ซึ่งตรงนี้มีขนาดใหญ่ถึง 16,300 เอเคอร์ อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองโตเกียว ด้านในของตรงนี้จะแบ่งโซนออกเป็น 2-3 ส่วนโดยในแต่ละส่วนนั้นจะเชื่อมต่อกันด้วยทางสำหรับทางเท้าและก็รถจักรยาน ปากทางเข้าหลักจะเรียงรายด้วยต้นกิงโกะรวมทั้งต้นเมเปิ้ล ที่จะงามเป็นพิเศษในฤดูใบไม้หล่นอีกด้วย
2. สวนอุเอโนะ
Ueno Park
สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมืองโตเกียว บอกเลยว่าสวนสาธารณะที่นี้ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนปกติแม้กระนั้นด้านในนั้นมีที่เที่ยวครบถ้วนบริบูรณ์มากมายๆมีทั้งยัง ศาลเจ้า ทะเลสาบ รวมทั้งสวนสัตว์อีกทีมีบรรยากาศร่มรื่น ก็เลยทำให้ตรงนี้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองโตเกียวกันจำนวนไม่ใช่น้อย ซึ่งในตอนที่จะมีคนนิยมมาเยอะที่สุดก็คือจะเป็นตอนๆฤดูใบไม้ผลิที่มีต้นซากุระมีดอก ซึ่งทุกคนในกรุงเมืองโตเกียวรวมทั้งนักเดินทางจะมานั่งพักแล้วก็เพื่อดูดอกซากุระกันจำนวนไม่ใช่น้อย
3. ตลาดอะเมโยโกะ
Ameyoko Market
อีก 1 ตลาดที่มีคนมาท่องเที่ยวเยอะที่สุด ซึ่งตลาดที่นี้จะมีบรรยากาศที่รื่นเริงอยู่เสมอเวลา ตรงนี้จะเป็นตลาดช่วงเวลากลางวันที่ร้านค้าโดยมากจะเริ่มเปิดตั้งแต่ 10:00 นไปถึงตอนเย็นแล้วชอบปิดทุกเมื่อเชื่อวันพุธ สิ่งที่น่าดึงดูดของตลาดที่นี้ก็น่าจะเป็นการที่มีผลิตภัณฑ์ที่นานัปการเยอะมาก นึกว่าจะมีอีกทั้งของสดของใช้ของสอยอาหาร เครื่องแต่งตัว กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าทั้งยังของประเทศญี่ปุ่น ของนำเข้าจากต่างแดน อาหารทะเล ผลไม้ ผักสด ร้านค้าของหวานขนมก็อบแก็บ ทาโกะยากิยักษ์ โมจิ เค้ก ช็อคโกแลต ไอติม เฉลียงมมุก แล้วก็ห้องอาหารประเทศญี่ปุ่น กล่าวได้ว่ามีของทุกๆอย่างจริงๆ
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองโตเกียว
Tokyo National Museum
ตั้งอยู่ข้างในสวนอุเอโนะ เขตไทโต เป็นพิพิธภัณฑสถานที่มีความเก่าแก่รวมทั้งใหญ่มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตัวตึกนั้นเป็นการผสมระหว่างความเป็นตะวันตกและก็อารยธรรมของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างพอดี ข้างในพิพิธภัณฑสถานจะเต็มไปด้วยศิลป์วัตถุโบราณ แล้ววัตถุล้ำค่าที่มีทั้งยังของประเทศญี่ปุ่นเองจนถึงไปถึงของทวีปเอเชียที่เอามาแสดง
5. สวนสัตว์อุเอโนะ
Ueno Zoo
สถานที่ท่องเที่ยวที่จะจำเป็นต้องมาให้ได้ซึ่งอยู่กลางเมืองบริเวณอุเอโนะ ตรงนี้ไม่ใช่แค่สวนสัตว์ปกติแต่ว่าเป็นสวนสัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าโบราณสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังที่ตั้งของสวนสัตว์นี้ก็ยังอยู่ด้านในส่วนตัวมากอีกด้วย ตรงนี้เป็นสวนสัตว์ที่ใหญ่มากๆด้านในก็มีการจัดโชว์สัตว์ที่มากมายสายพันธุ์แม้กระทั้งสัตว์ที่หายากก็ยังมีให้มอง แฟนสัตว์มาตรงนี้รับประกันได้เลยว่าควรต้องถูกใจแล้วก็ชอบใจกันอย่างไม่ต้องสงสัย

4 สถานที่ ที่น่าเดินทางท่องเที่ยว ไปเมืองแก้ว ในเวียดนาม!

เวียดนามก็นับว่าเป็นประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านกับไทยมานาน ทัวร์เวียดนาม ซึ่งมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอยู่จำนวนมาก การเที่ยวที่เวียดนามนั้นเหมาะสมกับผู้ที่ถูกใจธรรมชาติและก็ปรารถนามาพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ก็เลยต้องการจะเสนอแนะเมืองแก้วซึ่งเป็นเมืองที่ถูกทำขึ้นในช่วงปลายสมัย 1890 เมืองแก้วนี้มีความสวยรวมทั้งอบอวลไปด้วยกลิ่นแบบตะวันตก รวมทั้งนับว่าเป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งที่นักเดินทางทั้งโลกต้องการจะมา พวกเรามาดูกันดีกว่าว่ามีตรงไหนที่น่าท่องเที่ยวบ้างในเมืองที่นี้
1. วังหน้าร้อนเบ๋าได่
Bao Dai’s Summer Palace
ราชวังของจักรพัตราธิราชเบ๋าได่ซึ่งเป็นที่ประทับของจักรพัตราธิราชองค์ในที่สุดของเวียดนาม ซึ่งวังที่นี้ได้ก่อสร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2476 ราชสำนักที่นี้ได้ผ่านการบูรณะมาแล้วหลายต่อบ่อย แม้กระนั้นด้านในตึกก็ยังคงมีสิ่งของเครื่องใช้ที่ทิ้งเอาไว้อยู่ในภาวะเหมือนเดิม ในนั้นก็จะมีบัลลังก์จักรพัตราธิราช ห้องทรงงาน ห้องบรรทม ร้านอาหาร แล้วก็ห้องเช่าของพระมเหสี ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ได้ถูกเปิดให้นักเดินทางและก็ประชากรเข้ามาเยี่ยมชมได้ แม้กระนั้นจำต้องขอบอกก่อนไว้ว่าข้างในราชสำนักนั้นเขาจะไม่อนุญาตให้บันทึกภาพโดยเด็ดขาด
2. เครซี่เฮ้าส์
Crazy House
เมื่อมาตรงนี้แล้วสิ่งที่คุณไม่สมควรจะไปอย่างใหญ่โตเยลก็คือ เครซี่เฮ้าส์ ตรงนี้เลื่องลือมากมายก่ายกองด้วยเพราะเหตุว่าคอนเซ็ปต์ที่แปลก ซึ่งตัวตึกก็ถูกดีไซน์มาให้เป็นดังบ้านต้นไม้ ผู้ที่วางแบบเป็นนักออกแบบ Dang Viet Nga โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2533 ในนั้นจะมีห้องเล็กมากยิ่งกว่า 10 ห้อง ในแต่ละห้องนั้นก็จะมีธีมการตกแต่งที่ไม่เหมือนกันออกไป บอกเลยว่าที่ที่นี้เต็มไปด้วยสิ่งที่พิลึกประหลาดจำนวนมาก ซึ่งคุณน่าจะจำต้องมาท่องเที่ยวให้ได้จริง
3. สวนดอกไม้เมืองหนาว
Dalat Flower Gardens
คุณทราบหรือไม่ค่ะว่าแก้วนั้นได้รับการตั้งชื่อว่าเป็นเมืองที่ดอกไม้ เพราะว่าตรงนี้มีชีวิตชีวาของดอกไม้ที่สวยนานัปการสายพันธุ์ ซึ่งในเมืองนั้นก็จะมีเทศกาลดอกไม้รายปีที่ขึ้นชื่อลือนามเอามากๆคุณมาท่องเที่ยวตรงนี้ก็จะได้เจอกับดอกไม้นานัปการสายพันธุ์นานาจำพวกไม่ว่าจะเป็น ไม้ประดับ กล้วยไม้ หรือต้นไม้ รวมทั้งดอกไม้ที่มีมากยิ่งกว่า 300 สายพันธุ์ด้วย และก็แน่ๆว่าดอกไม้ที่มีนานาประการสายพันธุ์นี้จะชื่นบานต่างกันออกไปในแต่ละปี ก็เลยทำให้นักเดินทางสามารถมาท่องเที่ยวสวนที่นี้เวลาไหนก็ได้ดังที่ปรารถนา
4. น้ำตกเพรนน์
Prenn Falls
เป็นสถานที่ที่นักเดินทางมาท่องเที่ยวเยอะมากๆ ยิ่งเป็นในตอนเทศกาลหรือวันหยุดก็จะยิ่งมีคนมาท่องเที่ยวมากมายเป็นพิเศษ ทั้งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในแก้ว แม้กระนั้นด้วยด้วยเหตุว่าน้ำตกที่นี้อยู่ห่างจากแก้วราวๆ 10 กิโล ก็เลยมีบริการเคเบิ้ลคาร์ซึ่งสามารถให้นักเดินทางนั่งขึ้นมาดูน้ำตกได้ แม้กระนั้นหากคนใดกันที่ชื่นชอบเกี่ยวกับการไต่เขาและก็ดูทิวทัศน์ไปในตัวด้วยก็สามารถเดินทางเท้าขึ้นมาตามทางเข้าน้ำตกก็ได้เช่นกัน

ท่องเที่ยวประเทศพม่ากับ 5 เมืองดังในดินแดนที่ตำนาน

ทัวร์พม่า ประเทศพม่าเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวเมียนมาร์หรือทัวร์ประเทศพม่าที่มีที่ไปที่มาทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและก็ทางธรรมชาติ และก็ยังมีวัดเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งที่น่าไปสักการะบูชาสักหนึ่งครั้งในชีวิต และก็ในทุกวันนี้สำหรับในการเดินทางไปท่องเที่ยวเมียนมาร์นั้นค่อนจะสบายไปได้ไม่ยากแถมแพงที่สบายกระเป๋าด้วย ถึงราคาสำหรับในการมาประเทศพม่านั้นจะถูกแม้กระนั้นประสบการณ์ที่กำลังจะได้รับนั้น จะเต็มไปด้วยวัฒนธรรมเริ่มแรกและก็ธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์ ผู้ที่รักการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติหรือต้องการจะมาบรรเทาก็คงจะมาท่องเที่ยวประเทศพม่ามองสักหนึ่งครั้ง แล้ววันนี้พวกเราก็มี 5 เมืองดังในดินแดนประเทศพม่า ที่คุณน่าจะมาท่องเที่ยวสักหนึ่งครั้ง มีที่ใดบ้าง ตามมา
1. เนปีดอว์
เป็นประเทศที่พึ่งจะตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2005 เป็นที่ตั้งของหน่วยงานรัฐบาลต่างๆรวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางความก้าวหน้าหรือเป็นแหล่งการค้าขายที่สำคัญของประเทศพม่า มีสนามบินนานาประเทศที่นำสมัยรวมถึงห้างที่มีขนาดใหญ่ แถมยังมีที่เที่ยวที่น่าดึงดูดล้นหลาม ตัวอย่างเช่น หาเจดีย์อุปขว้างตะสงบสุข เจดีย์ความสงบ ตึกสภานิติบัญญัติ ซาฟารีเวิลด์เนปีดอว์ ห้างจังก์ชั่น เซ็นเตอร์ ตลาดประจำถิ่นเนปีดอว์ช อนุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ แล้วก็สวนสมุนไพรแห่งชาติ ฯลฯ
2. ปิ้งกุ้ง
สมัยก่อนเมืองหลวงของประเทศก่อนจะย้ายไปยังกรุงเนปีดอว์ ตรงนี้ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องเจดีย์ทองคำเรียกว่าพระมหาเจดีย์ชเวดากอง เป็นเจดีย์ที่ประเทศพม่าเทิดทูนบูชามีWe Areอายุม ากกว่า 2,000 ปี ด้านในตั้งพระเส้นผมธาตุ 8 เส้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เว้นแต่เจดีย์ที่นี้แล้ว ปิ้งกุ้งก็ยังมีที่เที่ยวอีกหลายที่ ตัวอย่างเช่น เจดีย์ซูเล พระเจดีย์โบตะโคนง วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตจี ทะเลสาบอินยา ทะเลสาบกานดอจี และก็เมืองท่าสิเรียม ฯลฯ
3. เมืองหงสาวดี
เป็นอีกเมืองนึงที่มีความเก่าแก่รวมทั้งเป็นที่อยู่ของชาวมอญเริ่มแรก เป็นอดีตเมืองหลวงรวมทั้งเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่ที่ได้รับความนิยม เป็นที่ตั้งของเจดีย์ชเวมอร์ดอร์มหาเจดีย์ดั้งเดิมอายุกว่า 2,000 ปี นอกนั้นยังมีที่เที่ยวสำคัญแล้วก็ขึ้นชื่อลือชาอื่นๆอีก ตัวอย่างเช่น วังบุเรงท่วม พระพุทธนอนหลับชเวตาเลียว พุทธรูปไจ้ปุ่น รวมทั้งเจดีย์และก็สำนักสงฆ์วัดงู ฯลฯ
4. เมืองประเทศพม่า
เป็นอาณาจักรโบราณของเมียนมาร์ที่แก่มากยิ่งกว่าพันปี หน่วยงานลือชื่อเรื่องเป็นเมืองที่เจดีย์ที่มีอยู่สูงถึง 4,000 กว่าองค์แล้วก็มีวัดมากยิ่งกว่า 13,000 ที่ เจดีย์ที่เลื่องลือที่สุดของเมืองนี้ เป็น เจดีย์ชเวสิกข์อง เป็นเจดีย์ศิลป์มอญทรงระฆังคว่ำสีทองคำองค์ใหญ่ ข้างในติดตั้งพระทันตธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอื่นๆในพม่าก็มีหลายที่ ได้แก่ วัดอานันทวิหาร วัดหตำหนิโลมินโล เจดีย์มังคละหรือไม่งกาลา วัดเจดีย์ชเวสันดอว์ และก็วิหารเจดีย์ชเวกูจี ฯลฯ
5. เมืองไจ้ก์โถ่
เป็นเมืองที่มีขนาดเล็กที่อยู่ห่างจากปิ้งกุ้งราว 160 กิโล เป็นที่ตั้งของพระบรมสารีริกธาตุเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ พระบรมสารีริกธาตุอินทร์ห้อยไจ้ก์ทิโย ซึ่งเป็นหินสีทองคำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ขอบเขาหินสูงขึ้นมากยิ่งกว่า 1,200 เมตร นอกจากนั้นแล้วมาสักการพระบรมธาตุที่เมืองนี้และก็ยังสามารถมาดูทิวทัศน์ทะเลหมอกในช่วงเวลาเช้า แล้วก็วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวกรุงได้อีกด้วย

ท่องเที่ยวเมียนมาร์วันเดียว แบบครบรส รับประทาน ท่องเที่ยว ช้อป มี่ตรงไหนบ้าง!

ทัวร์พม่า การเที่ยวเมียนมาร์ในวันเดียวนั้นไม่ได้ทำยากเลยถึงจะเป็นต่างชาติก็ตาม โน่นก็เพราะเป็นประเทศบ้านใกล้กันของพวกเรานี่เอง พวกเราก็เลยสามารถจัดเต็มอีกทั้งรับประทานท่องเที่ยวไหว้พระได้อย่างมากเต็มกำลัง!! การเที่ยวคราวนี้บางทีก็อาจจะไปวันเสาร์อาทิตย์หรือใช้วันลาพักร้อนไปก็ได้ ไปแบบรุ่งเช้าไปเย็นกลับก็สบายๆเพราะเหตุว่าการเดินทางก็แสนสบาย บอกเลยว่าการท่องเที่ยวคราวนี้จำเป็นต้องคุ้มอย่างไม่ต้องสงสัย
1. เจดีย์ชเวดากอง
(Shwedagon Pagoda)
คนใดกันแน่ที่ต้องการมาไหว้พระขอพรอย่าลืมมาที่เจดีย์ชเวดากองเด็ดขาด ตรงนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประจำเมืองของประเทศพม่า มหาเจดีย์ที่นี้ถูกทำให้มีความสง่าผ่าเผยโดยผลิตขึ้นจากทองก็เลยมีสีทองคำแพรวพราวรวมทั้งมีความสูงถึง 105 เมตรหรือเทียบกับอาคารโดยประมาณ 36 ชั้น ไม่เพียงแค่นั้นข้างบนของเจดีย์ก็ยังประดับโดยการใช้อัญมณีไพลินต่างๆที่มีค่าล้นหลาม เป็นเจดีย์ที่มีความสวยและก็ล้ำค่ามากไม่น้อยเลยทีเดียวจริงๆไปดูพระเจดีย์นั้นจำเป็นต้องขอซึ่งเขาจะให้เฉพาะเพศชายเพียงแค่นั้นขึ้นไป บอกแล้วว่าหากมาท่องเที่ยวตรงนี้แล้วมิได้แวะใกล้จะถึงว่าพลาดอย่างแรงแน่ๆ
2. วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี
(Chauk Htat Kyi Pagoda)
มากันต่อที่พระนอนตาหวานที่เป็นพุทธรูปองค์ใหญ่ยาว 15 เมตรแล้วก็มากถึง 16 เมตร ที่เรียกกันว่าพระนอนตาหวานนั้นโน่นก็เพราะว่ามีใบหน้าที่งามมีดวงตาขนาดใหญ่ รวมทั้งทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกบรรจงละเอียดลออทุกรายละเอียดอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นรายพลิ้วไหวของผ้าจีวรหรือลวดลายสังขารโลกที่เป็นกลางจักรและก็รูปมงคล 108 ประการที่ฝ่าพระะบาท พุทธรูปองค์นี้ชี้ให้เห็นถึงพลังเชื่อถือที่ยิ่งใหญ่ของชาวประเทศพม่าที่มีต่อพุทธนั่นเอง
3. วัดหงาทัตจี
(Nga Htat Gyi Pagoda)
เป็นวัดที่อยู่ไม่ไกลจากถนนหนทางตาหวานก็เลยสามารถท่องเที่ยวตรงนั้นและก็ไปตรงนี้ต่อได้ ตรงนี้เป็นความสวยศิลป์วัฒนธรรมแบบประเทศพม่าที่ตระการตา ซึ่งพุทธรูปนั้นมีขนาด 14 เมตรสูงเท่าอาคาร 5 ชั้นได้เป็นพุทธรูปหินอ่อนปางมารชิ การผลิตนั้นมีความละเอียดอ่อนสวยงามมากมายๆชุดแต่งกายที่ใส่ก็จะเป็นของกษัตริย์เมียนมาร์ในยุคมัณฑะเลย์ ซึ่งเขาได้คาดการณ์ว่าองค์ท่านนี้ได้ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ พุทธศักราช1900 นั่นเอง
4. พระเจดีย์โบตาทาวน์
(Botahtaung Pagoda)
ที่เกิดขึ้นมานั้นก็เพื่อใส่พระเส้นผม 1 เส้น ที่ตปุสสะและก็ภัลลิกะสองญาติมานพชาวมอญได้เชิญมาจากประเทศอินเดียตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ไฮไลท์ที่พลาดมิได้เลยเมื่อมาเจดีย์ที่นี้ซึ่งก็คือเทวรูปนัตโบยี หรือที่ชาวไทยรู้จักกันว่าเทวดาทันใจ ซึ่งการมาขอพรกับเทวดาทันใจนั้นจำต้องมาขอเพียงแต่ข้อเดียวแค่นั้นกับนำดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมยวนใจรวมทั้งผลไม้มาสักการ ที่ปรารถนามาขอพรกับท่านก็จำเป็นที่จะต้องจัดแจงไว้ด้วยนะคะ

1 2 3 10