ห้ามพลาด!สวนสนุกลอตเต้เวิล์ดประเทศเกาหลี สนุกสนานไม่รู้เรื่องลืม

ทัวร์เกาหลี คนไหนกันที่มาท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลีแแล้วต้องการจะมาท่องเที่ยวสวนสนุกที่คนแก่ท่องเที่ยวได้เด็กท่องเที่ยวดี ก็ขอชี้แนะสวนสนุกลอตเต้เวิล์ด (Lotte World Adventure) สวนสนุกตั้งอยู่ใน บริเวณเคยชินช็อนป่า เขตซงพาเรา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโซล ซึ่งเป็นเมืองในพื้นที่ ของจังหวัดคย็องกี ในประเทศประเทศเกาหลีใต้ เป็นเลิศในสวนสนุกที่ตามที่สุดของประเทศเกาหลี ที่มีสวนสนุกอยู่ในตึกขนาดใหญ่ ก็เลยไม่ต้องกลัวเลยว่าฝนตกแดดออกอย่างไรก็สามารถเล่นได้ตลอดทั้งปีทั้งมาได้โดยไม่ต้องมองลักษณะอากาศกันอย่างยิ่งจริงๆ ด้านในตึกนั้นก็มีเครื่องเล่นที่น่าเล่นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ลานไอซ์สเก็ต ทะเลสาบ พิพิธภัณท์หมู่บ้านโบราณประเทศเกาหลี แล้วก็ฯลฯ รวมทั้งภายในนั้นยังมีขบวนพาเหรดแบบต่างๆที่ตื่นตาตื่นใจเอามากๆก็เลยทำให้พี่มีนักท่องเที่ยวเยอะมากไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างถิ่นก็ต่างพามาท่องเที่ยวกันอย่างล้นหลาม
ข้างในสวนสนุกลอตเต้เวิล์ดนั้นก็จะมีการแบ่งโซนใหญ่ๆได้อยู่ 2 โซนเลยก็คือ
1.ธีมเผชิญภัย(Adventure)
เป็นโซนที่อยู่ในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งข้างในตึกได้รับการออกแบบตกแต่งได้อย่างยอดเยี่ยมส่วนประกอบข้างในใช้หลังคาเป็นกระจกทั้งปวง ต่อให้อยู่ในร่มแม้กระนั้นก็จะก่อให้รู้สึกเสมือนอยู่ที่โล่งแจ้งนั่นเอง
2.เกาะเวทมนต์(Magic Island)
เป็นโซนที่อยู่ที่โล่งแจ้งตั้งอยู่ข้างนอกชิดกับทะเลสาบซกชอนโฮซู ซึ่งในจุดนี้ก็จะมีร้านมากมายก่ายกองไม่ว่าจะเป็นของของที่ระลึกห้องอาหารนานาประเทศและก็เครื่องอำนวยความสะดวกฯลฯ
เครื่องเล่นที่น่าดึงดูดเป็นอย่างยิ่งก็คือ Gyro Drop(ดคอยปทาวเวอร์) ที่มีความสูงถึง 70 เมตรเป็นเครื่องเล่นเสหมือนที่ทำให้เกิดความรู้สึกราวกับอยู่ในลมพายุทอร์ท้องนาโด อะไรที่มึนหัวกล้วยๆก็ไม่เสนอแนะให้เล่นเครื่องนี้ ถัดมาก็เป็นเครื่องเล่น Flume Ride ที่เป็นเรือยาวโต้คลื่นสูงรวมทั้งอีกอย่างที่จะชี้แนะก็คือเรือสลัดประเทศสเปนที่ห้อยถึง 75 องศา บอกเลยว่าเสียวแล้วก็ตื่นเต้นสุดอย่างแน่แท้ แล้วแน่ๆว่าเมื่อบันเทิงใจกับเครื่องเล่นแล้วสิ่งหนึ่งที่ไม่สมควรจะพลาดเลยก็คือขบวนพาเหรดที่มีการแสดงแทบ 200 โชว์ มากมายอันที่จริงแล้วก็อย่าลืมทดลองเล่นไอซ์สเก็ตในร่มที่เข้าไปเล่นแล้วรู้สึกราวกับอยู่ในซีรีย์ประเทศเกาหลี เมื่อมาถึงประเทศเกาหลีรวมทั้งน่าจะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานท้องถิ่นที่แสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แล้วก็วัฒนธรรมของตรงนี้ด้วย
ค่าดู
ตั๋วเข้าชม
– คนแก่ 33,000 วอน
– เด็กมัธยม 30,000 วอน
– เด็กนักเรียนชั้นประถม 27,000 วอน
ตั๋วเข้าชม ข้างหลังเวลา 16:00
– คนแก่ 27,000 วอน
– เด็กมัธยม 24,000 วอน
– นักเรียนประถม 21,000 วอน
ตั๋วเข้าชม ข้างหลังเวลา 19:00
– คนแก่ 17,000 วอน
– เด็กมัธยม 15,000 วอน
– นักเรียนประถม 13,000 วอน

ท่องเที่ยว มุมมองใหม่ๆในประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลี ใครๆก็ต้องการไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีก็ตาม เพราะเหตุว่าประเทศเกาหลีไต้นั้นมีเอกลักษณ์ที่น่าดึงดูดรวมทั้งน่าติดตาส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติหรือวัฒนธรรมก็ตาม ในวันนี้พวกเราจะมาพาทุกคนท่องเที่ยวประเทศเกาหลีในมุมมองใหม่ๆที่คุณจะไม่เคยได้ไปได้มองเห็น เพราะว่าที่พวกเราจะพาไปรู็จะกับที่เที่ยวนี้บางครั้งก็อาจจะไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวยอดฮิตนัก แต่ว่าก็เป็นสถานที่สวยไม่แพ้ที่ใดแน่ๆ เอาละ!มาดูกันเลยว่ามีตรงไหนบ้าง
1. กำแพงรอบวังจากย็องจอน
พระราชวังจากย็องจอนเป็นเลิศในตึกที่อยู่ในราชสำนักคย็องบประมาณก เคยถูกไฟลุกและก็ได้รับการผลิตขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ 1888 ซึ่งผลิตขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระพันปี และก็ตอนหลังได้รับการประกาศให้เป็นโภคทรัพย์แห่งชาติของประเทศเกาหลี เดินข้อดีของกำแพงในวังนี้จะมีลวดลายที่สวยซึ่งต่างจากพระราชวังอื่นๆในพระราชสำนัก
2. พระราชสำนักคย็องบประมาณก
เป็นราชสำนักที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 5 วังของกรุงโซล ที่ผลิตขึ้นเมื่อปีพ.ศ 2394 รวมทั้งเป็นที่ว่าราชการของกษัตริย์วงศ์สกุลโชชอนมาตลอด ได้เริ่มนั้นมี 200 กว่าตึกแม้กระนั้นโดนเผารวมทั้งถูกทำลายไปจำนวนมากโดยกองทัพประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันนี้ก็ได้ซ่อมแซมขึ้นมาใหม่โดยใช้ส่วนประกอบของตึกเดิมที่เหลืออยู่กับอุปกรณ์ใหม่
3. ปากน้ำโพที่โซลบุรี
เป็นลำคลองที่ถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ภายหลังจากลงสะพานทับอยู่นับเป็นเวลาหลายปี วันพรุ่งไปเรื่อยโดยประมาณ 8 กม.ก็จะพบจุดศูนย์รวมกับของอีกสายนึงที่ชื่อว่าจุงนังชอน แล้วถ้าหากเดินลงมาอีกก็จะพบจุดที่ลำคลองทั้งคู่ไหลลงแม่น้ำฮัน ที่เป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านกลางเมืองโซล
4. วัดบงวอนซา
เป็นวัดหลักของพุทธนิกายแทโกในประเทศเกาหลี ซึ่งในนิกายนี้พระสามารถสมรสได้ วัดตั้งอยู่รอบๆทางขึ้นอันซานใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยยอนแซ หากคนไหนกันต้องการมาดูดอกบัวในวัด ก็ชี้แนะว่าให้มาในฤดูร้อนกึ่งกลางเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม
5. พระราชสำนักเกลียดด็อก
อินจ็องจอน เป็นชื่อของพระที่นั่งหลักที่อยู่ในวังชิงชังด็อก อีกวังหนึ่งที่อยู่ในเมืองเก่าของกรุงโซล ผู้คนเรียกพระราชสำนักที่นี้ว่าวังทิศตะวันออก ในสมัยเก่านั้นในตอนก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในหนแรกกองทัพประเทศญี่ปุ่นก็ได้เข้ามาเผารวมทั้งทำลายวังในวังหลวงเกือบจะหมด แล้วก็ราชสำนักนี้ด้วย และก็เมื่อสงสงบเงียบราชสำนักก็ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่และก็ใช้เป็นที่ว่าราชการของกษัตริย์ตลอดมา สิ่งที่น่าท่องเที่ยวในนี่ก็คือส่วนลับในวังนั้นเอง
6. สวนดอกไม้ที่ Olympic Park
ในสวนนี้เป็นเขตเมืองโบราณของอาณาจักรแพ็กเจมีทั้งยังแนวกำแพงเมืองรวมทั้งพิพิธภัณฑสถาน รวมทั้งแน่ๆว่าในสวนนี้มีอะไรให้มองมากยิ่งกว่าต้นไม้แน่ๆ เพราะเหตุว่าในส่วนนี้มีทั้งยังกุหลาบแล้วก็ทุ่งดอกไม้ที่มากมายงดงามด้วย

บินลัดฟ้าท่องเที่ยวแดกู(Daegu)มีที่เที่ยวที่แห่งใดบ้างนะ!

ทัวร์เกาหลี ปฏิบัติงานอ่อนแรงร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แน่ๆว่ามนุษย์เราเมื่อดำเนินงานมามากรวมทั้งอยากที่จะเพิ่มพลังชีวิตกันบ้าง ในเวลานี้พลังชีวิตคนใดใกล้จะหมดบ้างแล้วจ้ะ? ถ้าหากกำลังจะหมดรวมทั้งต้องการจะชักชวนทุกคนมาเพิ่มพลังด้วยการจัดกระเป๋าไปประเทศเกาหลีโดยเร็ว! ซึ่งสำหรับในการที่จะท่องเที่ยวในคราวนี้มิได้จะท่องเที่ยวกรุงโซลกันนะจะ แต่ว่าพวกเราจะท่องเที่ยวเมืองแดกูที่เป็นสถานที่สงบเงียบบรรยากาศดี เล่ามาชะขนาดนี้เริ่มต้องการไปแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้างั้นไปกันเลย!
1. สวนสนุก E-World
ที่แรกที่พวกเราจะมานั้นก็เป็น สวนสนุก E-World เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมเอามากๆหากว่าคนไหนกันแน่ที่อายุมากมายแล้วกังวลใจว่าจะเข้าได้ไหม ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงจ้ะเพราะว่าเข้าได้อย่างแน่แท้ สวนสนุกที่นี้เค้ามีเครื่องเล่นล้นหลามตั้งแต่เด็กๆจนถึงคนแก่อย่างยิ่งจริงๆ อย่างนี้คงจะเล่นไม่ครบแน่ๆ ก็ไม่แปลกเท่าไรเพราะเหตุว่าตรงนี้เค้าติดท็อป 3 งามสนุกสนานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีอีกด้วย เจ๋งมากอย่างยิ่งจริงๆ
2. Palgongsan Cherry Blossom Rosd
เมืองแดกูเป็นเมืองที่เหมาะสมกับการมาท่องเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิเอามากๆเลย เพราะเหตุว่าตรงนี้มีจุดดูดอกซากุระงามๆมากมาย จนกระทั่งคนกรุงที่นี้ได้จัดงานเทศกาลดูดอกซากุระในช่วงฤดูใบ้ไม้ผลิเลยชะเลย! ผู้ใดกันที่ได้โอกาสมาท่องเที่ยวก็อย่าลืมมาดูดูดอกซากุระสีชมพูหวานที่เมืองแดกู บอกเลยว่างามไม่แพ้ที่ใดๆแน่ๆ
3. Daegu Dongseongno Street
เอาละถัดมาก็จะเป็นแหล่งช้องปิ้งที่มีครบถ้วนเลยละ ไม่ว่าจะเป็นร้านบูติก เครื่องแต่งตัวค ห้องอาหาร รวมทั้งโรงภาพยนต์อีกด้วย เพราะว่าแบบก็เลยทำให้แปลงเป็นที่ถูกใจของเหล่าวัยรุ่นแล้วก็ทุกคนมหาศาล แหมจะไม่ให้ถูกใจได้อย่างไรละค่ะมีครบถ้วนบริบูรณ์ชะขนาดนี้ บวกกับมาเดินตรงนี้ก็จะได้อารมณ์เสมือนอยู่เมียงมองป่าดงด้วย แล้วยังเป็นแหล่งช้อปที่ใหญ่มากยิ่งกว่าเมียงมองป่าอีกด้วยแรงทุกคน
4. Seonam Market
ตลาดประจำถิ่นของแดกูที่อารมณ์เหมือนตลาดบ้านพวกเรา ซึ่งมีคนกล่าวว่าถ้าหากอยากทราบว่าประเทศไหนเป็นอย่างไรให้ทดลองไปตลาดมอง โน่นละค่ะถ้าหากว่าอชูทดลองสัมผัสวิถีชีวิตของผู้ที่นี่ก็จำเป็นจะต้องมาท่องเที่ยวที่ตลาดซอนัมอา ที่มีทุกสิ่งคนใดที่ต้องการมากินอาหารรสเกากลีแท้ๆก็จะต้องแวะมากินมอง ซึ่งบอกเลยว่ามีให้เลือกเยอะ ระวังน้ำหนักเพิ่มขึ้นเอานะหากรับประทานมากมาย
ได้ท่องเที่ยวแดกูรู้สึกอย่างไรกันบ้างจ้ะทุกคน ซึ่งที่ได้พามาท่องเที่ยวนอกมองดูนี้เพราะว่าคนใดกันแน่ที่บางครั้งอาจจะเบื่อโซลแล้วต้องการหาอะไรใหม่ๆท่องเที่ยวบ้าง ก็ลองท่องเที่ยวชานเมืองบ้างนะคะบอกเลยว่ามีสถานที่ในแดกูที่น่าท่องเที่ยวมากไม่น้อยเลยทีเดียวเลยนะขอบอก จำเป็นต้องทดลองไปดูแล้วจะทราบว่ามันดีจัง

รับประทานแหลกตัวบาดหมางไปข้าง กับ 4 บริเวณอาหาร ที่กรุงโซล!!

ทัวร์เกาหลี มีห้องอาหารประเทศเกาหลีเยอะมากที่มาเปิดในไทยกันเยอะๆ แม้กระนั้นบอกเลยนะคะว่าว่ารสของของกินประเทศเกาหลีที่ไทยนั้นบางครั้งอาจจะไม่เสมือนรสแบบของประเทศเกาหลีแท้ๆเนื่องจากว่าการประกอบอาหารก็จำเป็นที่จะต้องทำให้อร่อยของคนประเทศนั้นด้วย ก็เลยไม่สนเท่ห์ใจเลยว่าเพราะเหตุใดรสถึงไม่เสมือนสูตรเริ่มแรก
แน่ๆว่าสักหนึ่งครั้งนึงไหนๆก็จะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีแล้ว พวกเราก็ต้องการจะไปชิมรสชาติของกินแบบเริ่มแรกของประเทศเกาหลีด้วย วันนี้ก็ต้องการจะมาเสนอแนะเขตของกินประเทศเกาหลีที่บอกเลยว่าเด็ด!!
1. อินซาป่า
Insadong
ยกมือขึ้นหน่อยผู้ใดกันแน่ที่ถูกใจรับประทานของหวานรวมทั้งของหวานต่างๆ! อินซาป่าดงเป็นแหล่งศูนย์รวมอาหารที่เป็นที่รู้จักที่สุดในกรุงโซลโดยยิ่งไปกว่านั้นของหวานต่างๆของหวานที่ได้รับความนิยมของตรงนี้เลยก็คือของหวานอุนจิ อ่ะๆคำว่าอุนจิมิได้สื่อความหมายในภาษาประเทศญี่ปุ่นนะอย่ารู้ผิดไป ของหวานถัดมาและเป็นจะเป็นไส้ถั่วแดงแล้วก็ไส้ช็อกโกแลตของหวานโฮต๊อก ซึ่งตรงนี้นั้นมีของหวานต่างๆมากให้ท่านได้เลือกรับประทานอย่างแน่แท้ ทั้งยังราคาของหวานนั้นก็ยังเป็นมิตรกระเป๋าพวกเราอีกด้วย แบบงี้สายรับประทานอย่างพวกเราเนี่ยไม่สมควรจะพลาดของหวานอร่อยๆเลยละจ้ะ
2. ควางจัง
Gwangjang Market
ตรงนี้เป็นตลาดที่โบราณที่สุดในกรุงโซลเลยละจ้ะ ซึ่งถ้าคุณมาตรงนี้ก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศการกินแบบประเทศเกาหลีแท้ๆซึ่งตรงนี้จะมีของกินประเทศเกาหลีบางสิ่งที่พวกเราไม่เคยกินในเมืองไทยหรือเปล่าเคยได้เห็นมาก่อนอีกด้วย ของกินของตรงนี้ที่ต้องการจะหาให้รับประทานเลยก็คือเป็นของหวานบินแดต๊อกคิมบับหรือข้าวห่อสาหร่ายประเทศเกาหลีบอกเลยว่าอร่อยเป็นอันมาก กล่าวว่าราคาของกินของตรงนี้นั้นถูกแบบสุดๆ
3. ทงแดมุน
Dongdaemun
จริงๆตรงนี้ก็เป็นเขตตลาดที่โบราณอีกหนึ่งที่ของกรุงโซล ทุกๆคนถึงจะไม่เคยมาท่องเที่ยวกรุงโซลก็คงจะเคยรับรู้ผ่านมาบ้าง กล่าวว่าทงแดมุนที่นี้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีห้างเยอะมากตั้งอยู่ตรงนี้ ทำให้มีคนมาท่องเที่ยวตรงนี้มากมายไม่ว่าจะเป็นนักเดินทางหรือวัยรุ่นประเทศเกาหลี แล้วแน่ๆว่าที่นี่ก็จะมีห้องอาหารที่น่ามากินอยู่กันไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วสิ่งที่ต้องการให้ทุกคนได้ทดลองเปลืองที่นี่นั่นก็คือห้องอาหารปิ้งย่าง! ว่ามันทั้งยังหวานทั้งยังหอมอร่อยอย่างมากมายเลยจริงๆซึ่งยอดที่นี้โดยมากห้องอาหารจะเป็นแบบเริ่มแรกและก็ราคาแพงที่ไม่แพงอีกด้วยละ
4. เมียงมองป่าดง
Myeong Dong
หากแม้ปิ้งที่นี้จะเป็นบริเวณช้อปปิ้ง แต่ว่าก็ยังมีห้องอาหารน่าลิ้มลองอยู่มากมายก่ายกองเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้าเนื้อย่าง ร้านค้าไก่ทอด หรือร้านค้าริมถนน บอกเลยว่าคุณจำเป็นต้องรับประทานแบบจุกอกจุกดวงใจแน่ๆเพราะว่าราคาตรงนี้ก็ไม่แพงด้วยนะ และก็สหายๆต้องลายตากับการเลือกห้องอาหารอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุว่าตรงนี้มีอีกทั้งห้องอาหารแบบเริ่มแรกและก็ของกินประจำถิ่นที่มีมากมายร้านค้าเยอะมากๆ! เพียงแค่คิดรวมทั้งลายตาเลยละจ้ะ แต่ว่าเพื่ออาหารหร่อยๆก็ต้องสู้ ฮึบ!

หามกระเป๋าท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง ไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด!!

ทัวร์เกาหลี ประเทศเกาหลีมีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่งามทางด้านวัฒนธรรมรวมทั้งการท่องเที่ยวที่มากมาย ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมที่เด่น วันนี้พวกเราจะมาชี้แนะเพื่อนพ้องๆที่จัดกระเป๋าท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง ว่าน่าจะทราบอะไรบ้างเพื่อได้ท่องเที่ยวประเทศเกาหลีได้อย่างสนุกสนานเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ในทุกวันนี้สายการบินที่ให้บริการไปยังประเทศเกาหลีในจ.กรุงเทพฯนั้น โดยมากจะบินไปลงอยู่ 3 ท่าอากาศยานร่วมกันเป็น สนามบินนานาประเทศอินชอน ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้, สนามบินนานาประเทศคิมแฮ เมืองปูซาน และก็สนามบินนานาประเทศเชจู เกาะเชจู แล้วก็ที่คนเป็นจำนวนมากมายจะไปท่องเที่ยวกันซึ่งก็คือกรุงโซลที่เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลี เพราะเหตุว่ามีแหล่งช้อปปิ้งมีห้องอาหารมากไม่น้อยเลยทีเดียวให้ท่านได้ท่องเที่ยว
1. วีซ่า
สำหรับนักเดินทางไทยจะได้รับการงดเว้นการตรวจลง ในความหมายซึ่งก็คือไม่ว่าใครที่ถือหนังสือเดินทางไทยก็ไม่ต้องทำเรื่องขอวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง แล้วก็การเข้ามาในประเทศประเทศเกาหลีคุณสามารถอยู่ในประเทศเกาหลีได้ไม่เกิน 90 วันซึ่งควรต้องไม่มีเจตนาอื่นแฝง มันก็คือมาเพื่อการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น
2. ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ขณะนี้ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเกาหลีนั้นจะเข้มงวดเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนประเทศไทยเพราะเหตุว่ามีชาวไทยบางกรุ๊ปได้แอบลักลอบเข้าไปปฏิบัติงานอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการก่อคดีการทำงานแล้วก็ทำของผิดกฎหมายในประเทศประเทศเกาหลี ก็เลยทำให้รัฐบาลของประเทศเกาหลีนั้นจึงควรครัดเคร่งในหัวข้อการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสำหรับผู้ที่จะไปท่องเที่ยวก็ควรมีเอกสารการันตีตัวตนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเรือบินเที่ยวกลับ แนวทางเดินทางท่องเที่ยว แล้วก็เอกสารการจองที่พัก เพียงนี้คุณก็สามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้แบบบันเทิงใจได้เลย
3. ของที่ห้ามนำเข้าในประเทศประเทศเกาหลี
ของที่ห้ามนําเข้าประเทศเกาหลีก็จะมีอยู่หลายประเภทก็จะเช่น พืช ผัก ผลไม้ สัตว์น้ำ ยาลดความอ้วน สินค้าดัดแปลงจากเนื้อสัตว์รวมทั้งอาหารทะเล สารเสพติด ยารักษาโรคบางประเภท วัตถุจัญไร ผลิตภัณฑ์ละเมิดลิขสิทธิ์ อาวุธ แล้วก็เงินเกินกว่า 10,000 ดอลลาร์ ฯลฯ ดังนั้นของต้องห้ามเหล่านี้คุณควรต้องห้ามนำเข้าประเทศเกาหลีเด็ดขาด
4. วัฒนธรรมของคนประเทศเกาหลี
ประเทศเกาหลีเขาจะถือในเรื่องของสิทธิบุคคลกันอย่างใหญ่โต ดังเช่นการถ่ายรูปบุคคลถ่ายรูปเด็กหรือถ่ายรูปคนอื่นๆก็ห้ามถ่ายเด็ดขาด เพราะว่าจัดว่ามิได้รับการยินยอมพร้อมใจนั้นก็จะมีผลให้ถูกจับแล้วก็เข้าตารางเจ้าตารางได้เลย แล้วเวลาอยู่ในที่ส่วนรวมคุณก็ไม่สมควรที่จะแผดเสียงดัง การกินของกินในร้านค้าอาหารจานด่วนคุณก็จำเป็นต้องเก็บภาชนะเองให้เป็นระเบียบ
5. ของที่จะต้องมีติดกระเป๋า
สิ่งที่คุณควรพกอยู่เสมอเวลาเลยก็คือถ้าคุณป่วยไข้หรือมีโรคประจำตัวอยู่ก็น่าจะพกยารักษาโรค ซึ่งถ้าหากว่ากลัวเอายาขึ้นเครื่องมิได้ก็จะต้องมีใบรับรองแพทย์ประจำตัวไปด้วย ทั้งยังต้องมีบัตรเครดิตประจำตัวเอาไว้เผื่อยามฉุกเฉิน
6. การเดินทางในประเทศเกาหลี
การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประเทศเกาหลีนั้นค่อนจะสะดวก เนื่องจากว่าในเกือบทุกพื้นที่จะมีรถเมล์สาธารณะและก็มีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ให้บริการมากยิ่งกว่า 20 สาย ก็เลยเชื่อมั่นได้เลยว่าคุณจะสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวโน่นนี่โน่นได้อย่างมีความสุขอย่างแน่แท้ รถประจำทางนั้นใช้ง่ายดายๆก่อนขึ้นก็แค่สัมผัสบัตรหรือหยอดเหรียญ บนรถยนต์ก็จะมีป้ายไฟที่วิ่งบอกตลอดว่าอยู่สถานีไหน หรือคุณจะใช้บริการของแท็กซี่ก็สามารถใช้ได้แบบเดียวกัน

N Seoul Tower หอสังเกตการณ์ดูทิวทัศน์ในกรุงโซล ที่ห้ามพลาด!

ทัวร์เกาหลี เอ็นโซลทาวเวอร์ (N Seoul Towe) เป็นอีกที่หนึ่งที่น่ามาท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลี หอสังเกตการณ์ที่นี้เป็นหอสังเกตการณ์สังเกตการณ์ที่ตั้งอยู่เทือกเขานัมซานของจังหวัดคย็องกี แล้วถือได้ว่าจุดที่สูงที่สุดเป็นชั้นที่ 2 ในกรุงโซลอีกด้วย หอสังเกตการณ์ที่นี้ มีความสูงจากฐานโดยประมาณ 236.7 เมตร รวมทั้งมากถึง 480 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งนับได้ว่าเป็นหอสังเกตการณ์เมืองที่สูงที่สุดแถมยังติดอันดับ 1 ใน 18 ชั้นของโลก ได้ถูกทำขึ้นในปี ค.ศ.1969 เพื่อเป็นหอพักส่งคลื่นวิทยุทั่วๆไปที่แรกของประเทศเกาหลีใต้ หอสังเกตการณ์ที่นี้ได้ให้บริการถ่ายทอดทางโทรทัศน์แล้วก็วิทยุรวมทั้งยังเป็นหอสังเกตการณ์ ซึ่งได้เปิดบริการให้กับคนทั่วๆไปได้รับเข้าชมตั้งแต่ปีพศาสตราจารย์1980 ซึ่งได้กลายเป็นชื่อเรียกว่าโซลทาวเวอร์
หอสังเกตการณ์โซลทาวเวอร์ได้เปิดบริการให้นักเดินทางได้ท่องเที่ยวดูตั้งแต่ในปี ค.ศ.2001 และก็เปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวที่มีคนท่องเที่ยวทั้งยังในประเทศแล้วก็เมืองนอกมากอย่างมากมาย ถัดมาถัดมาก็มีบริษัทวายครั้งเอ็นได้ร่วมลงทุนกับบริษัทซีเจ อีกทั้ง 2 บริษัทนี้ก็ได้กระทำปรับแต่งหอสังเกตการณ์กับเปลี่ยนแปลงชื่อใหม่ให้เป็น N Seoul Tower ตัว N เพิ่มเติมนี้มันสื่อความหมายเป็นคำย่อที่มาจากคำถึงสามคำก็คือ New (ใหม่), Natural (ธรรมชาติ) และก็ Namsan (นัมซาน) ก็เลยทำให้แปลงเป็นที่รู้จักมากเพิ่มขึ้นรวมทั้งมีอีกชื่อหนึ่งที่คนประเทศเกาหลีมักเรียกกันก็คือนัมซานทาวเวอร์
พวกเราได้ทราบจะเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเอ็นโซลทาวเวอร์นี้แล้ว ก็จะมาจะมาพาเพื่อนฝูงๆรู้จักกับข้างในของตรงนี้กัน หอสังเกตการณ์ที่นี้จะได้จะถูกแบ่งแยกพื้นที่เป็น 3 ส่วนหลักร่วมกัน
1. เอ็นลอบบี้ (N Lobby)
ก็จะมี ปากทางเข้าหอพักดูดาว , ส่วนโปรโมท , พิพิธภัณฑสถานมีชีวิต , คาเฟ่ร้านขายกาแฟเอ็นสวีทบาร์ , ร้านขายของของที่ระลึก , โรงแสดงละครเด็ก แล้วก็ห้องพยาบาล (Nursing Room)
2. เอ็นพลาซ่า (N Plaza)
จะมีอยู่ 2 ชั้น เป็น พลาซ่าชั้น 1 ซึ่งเป็นที่ตั้งของตู้ขายตั๋ว, ศูนย์อาหาร, สวนแสงสว่าง, ลานต้นหญ้า และก็ร้านขายของของที่ระลึก ในส่วนของพลาซ่าชั้น 2 ประกอบไปด้วยห้องอาหารและก็คาเฟ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของดาดฟ้าระเบียง ซึ่งเป็นจุดที่คุณสามารถเกี่ยว กุญแจที่ความรัก
3. เอ็นทาวเวอร์ (N Tower)
จะมีอยู่ 4 ชั้น โดยชั้น 1 ถึงชั้น 3 นั้นจะประกอบไปด้วย พิพิธภัณฑสถานตุ๊กตาหมี , หอพักดูดาวดิจิตอล, ห้องอาหารประเทศเกาหลี, ร้านขายของของที่ระลึก, หอพักผ่อน, ร้านขายกาแฟ ส่วนชั้น 4 นั้นจะถูกเรียกว่าชั้น 5 เพราะเหตุว่าตึกโดยมากในประเทศเกาหลีเขาจะเลี่ยงไม่ให้มีชั้น 4 ซึ่งน่าจะเป็นเกี่ยวกับความเชื่อถือคล้ายกับบ้านพวกเราที่ว่าเลข 13 นั้นไม่ดี ในชั้น 4 นี้มีห้องอาหารที่หมุนได้ถึง 360 องศาซึ่งร้านค้านั้นมีชื่อว่า N Grill เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมสำหรับเพื่อการกินอาหารกับการดูทิวทัศน์
จะต้องบอกเลยว่าหอสังเกตการณ์ที่นี้ได้ถือได้ว่าแลนด์มาร์คที่เป็นเครื่องหมายสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงโซล รวมทั้งแปลงเป็นสถานที่เที่ยวที่เลื่องลือแห่งหนึ่งที่ถ้าเกิดมาประเทศเกาหลีแล้วไม่มาตรงนี้ก็จัดว่ามาไม่ถึง!

4 ร้านค้าสายหมูย่างประเทศเกาหลี ที่จำต้องมากินในกรุงโซล!!

ทัวร์เกาหลี ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยไปประเทศเกาหลีก็คงรู้สึกว่าเว้นแต่เรื่องท่องเที่ยวแล้วควรไปรับประทานอะไรเป็นพิเศษดี ซึ่งนี้ก็เลยต้องการจะชี้แนะรายการอาหารพิเศษที่บอกไว้ว่าหากไปประเทศเกาหลีแล้วจำต้องรับประทานให้ได้ ยิ่งผู้ใดเป็นสายรับประทานปิ้งย่างแล้วละก็ร้านค้าหมูย่างที่พวกเราจะชี้แนะวันนี้คุณจำเป็นจะต้องชอบใจอย่างแน่แท้ มองกันเลยว่ามีร้านค้าไหนบ้างในกรุงโซลบ้าง!!
1. จองแดโพ
Jeongdaepo
เป็นห้องอาหารปิ้งย่างในกรุงโซลของประเทศเกาหลีที่โด่งดังมากมาย บอกแล้วว่าร้านค้านี้ได้ออกรายการทีวีมาแล้ว ก็เลยรับประกันได้เลยว่าจำเป็นต้องอร่อยมากเลยจริงๆจุดแข็งของร้านค้านี้เลยก็คือจะใช้เตาแบบกระทะวงแหวน ซึ่งจะสามารถทำให้ปิ้งเนื้อหมูไปพร้อมๆกับไข่และก็ชีสได้ด้วย ทั้งเนื้อหมูของร้านค้านี้บอกเลยว่าออกมาได้รสที่ยอดเยี่ยมสุดๆเนื้อนุ่มยิ่งรับประทานห่อผักด้วยและจากนั้นก็อร่อยจนถึงจำเป็นต้องบอกต่อ
พิกัด : มาโป
เวลาเปิดปิด : 11:00-02:00 น.
2. ฮงบาร์
Hong Bar
เป็นร้านค้าที่จะจะต้องชอบใจสำหรับผู้ที่ถูกใจรับประทานบุฟเฟ่อปิ้งแน่ๆ เนื่องจากว่าตรงนี้เขามีรายการอาหารปิ้งย่างให้รับประทานแบบจุใจในราคาเริ่ม 12,900 วอนเหลือเพียงแค่ราว 390 บาทแค่นั้น นอนว่าถ้าหากเป็นร้านค้าบุฟเฟ่ก็ต้องมีของกินอันอื่นให้กินกันอีกด้วย ก็จะมีพวกเกี๊ยวซ่า สปาเกตตี้ สลัด ซุป ข้าวผัด ข้าวสุก รวมทั้งมีของเคียงต่างๆรวมทั้งผลไม้รวมทั้งของว่างให้ท่านได้อิ่ม แล้วก็ได้รับประทานนานัปการในมื้อเดียวกางจุใจกันไปเลย
พิกัด : เมียงมองป่า
เวลาเปิดปิด : 11:00-22:00 น.
3. พัลแซก ซัมกยอบซัล
Palsaek Samgyeopsal
เป็นร้านค้าหมูย่างประเทศเกาหลีที่มีชื่อมากมาย ซึ่งได้ออกรายการทีวีมาแล้วอย่างมาก จุดแข็งของร้านค้านี้ทีเด็ดเลยก็คือเนื้อหมูปิ้งของเขานั้นมีให้เลือกถึง 8 สี 8 ประเภท ซึ่งเนื้อหมูแต่ละแบบงั้นก็ได้ผ่านการพัฒนาแล้วก็ปรับแต่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านค้านี้เลย บอกเลยว่าเนื้อหมูรวมทั้งรสของร้านค้านี้จะไม่เสมือนที่อื่นๆเลยเด็ดขาด ทั้งยังเบอร์นี้ยังมีสาขาขยายในต่างแดนล้นหลามอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น จีน ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน หรืออเมริกา อย่างนี้จะต้องไปทดลองชะแล้ว!!
พิกัด : มาโป
เวลาเปิดปิด : 11:00-00:00 น.
4. ฮานัม ทเวจีจิบ
Hanam Dwaeji jib
ห้องอาหารสไตล์ประเทศเกาหลีแบบจะมีบุคลากรที่รอปิ้งหมูให้ท่านรับประทานด้วย ซึ่งในร้านค้านั้นจะเน้นย้ำแบบสบายๆสนิทสนม เนื้อหมูของตรงนี้นั้นบอกได้เลยมีคุณภาพที่อร่อยแล้วก็เด็ดมาก ผักสดหรือเครื่องแนมต่างๆก็อร่อย อีกรอบตรงนี้ยังมีกิมจิแบบโฮมเมดซึ่งทางร้านค้าสร้างขึ้นมาเองอีกด้วย คนใดกันที่ต้องการรับประทานแบบสบายๆสไตล์ประเทศเกาหลีก็สามารถมานั่งกินร้านนี้ได้เลย
พิกัด : ควรโน
เวลาเปิดปิด : 17:00-00:00 น.

ท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลี เลือกท่องเที่ยวที่แห่งไหนดี ถึงดีต่อดวงใจ!

ทัวร์เกาหลี คนไหนกันแน่ที่กำลังคิดต้องการจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีอยู่ แล้วกำลังเล็งๆไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีอยู่ว่าจะไปไหนดีนะ?เลือกไม่ค่อยถูกเลย เนื่องจากว่าที่แหน่งใดก็น่าท่องเที่ยวซะหมด! วันนี้ก็เลยมีสถานที่เที่ยวงามๆในประเทศเกาหลีที่น่าไปๆมาๆเสนอแนะกันจ้ะ เพื่อจะต้องใจอันไหนก็จะได้เป็นตัวเลือกสำหรับเพื่อการท่องเที่ยวในทิปนั้นด้วย เอาละเพื่อไม่ให้เสียเวล่ำเวลาพวกเรามาดูกันเลยดีกว่ามีไหนที่น่าท่องเที่ยวบ้าง ตามมามองเลยจ้ะ
1. เขตเมียงมองป่า
(Myeong-Dong)
มาประเทศเกาหลีทั้งทีก็จำเป็นต้องไม่พลาดตรงนี้เขตเมียงมองป่า ที่เป็นแหล่งช้อบปิ้งยอดฮิตแกนกลางกรุงโซล ที่เต็มไปด้วยร้านต่างๆเยอะแยะจนกระทั่งลายตาไปหมดเลยละขา แต่ว่าก็มีพวกร้านบูติกแฟชั่น ห้องอาหาร ร้านค้าเครื่องแต่งตัว ร้านขายเครื่องเพชรพลอย มีแม้แต่ห้าง แล้วทีเด็ดเลยมีสตรีทฟู้ดที่จะมีของกินแผงขายน่าอร่อยเยอะ! บอกเลยบริเวณนี้ครบถ้วนบริบูรณ์เรื่องรับประทานเรื่องท่องเที่ยวเลยละขา
2. หาดทรายแฮอึนแด
(Haeundae Beach)
อากาศร้อนๆต้องการทดลองเปลี่ยนบรรยากาศท่องเที่ยวสมุทรแบบใหม่ๆก็จะต้องลองท่องเที่ยว “หาดทรายแฮอึนแด” ที่เป็นชายหาดมีชื่อของเมืองปูซานและก็เป็นหาดทรายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ ถ้าเกิดเป็นชายหนุ่มๆก็ยิ่งจำเป็นต้องมาท่องเที่ยวหาดทรายนี้ที่เป็นแหล่งส่องสาวชั้นเลิศเลย นั้นก็เนื่องจากว่าผู้หญิงหลายท่านที่มาตรงนี้ก็จำเป็นจะต้องสวมชุดบิกินีมาอวดหุ่นเพื่อมาอาบแดด แต่ว่าคนใดที่มิได้มาส่องสาวละก็ตรงนี้เค้าก็มีกิจกรรมทางทะเลไวเให้เล่นกันเป็นอย่างมากเลยละค่ะ
3. ตลาดปลาจากัลชี
(Jagalchi Market)
คนใดสายอาหารมาทางนี้! ตลาดปลาจากัลชีเป็นตลาดที่ปูซาน ที่เป็นตลาดปลา อาหารทะเล ที่มีทั้งยังแบบสดแล้วก็แบบตากแห้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี นอกเหนือจากที่จะเป็นแหล่งรวมของสดก็ยังมีอาหารทะเลที่จำนวนไม่ใช่น้อยแล้วที่เสนอแนะให้มาท่องเที่ยวตรงนี้นั้นก็เนื่องจากว่ามีสิ่งที่จะพลาดมิได้เลยของตรงนี้ มันก็คือ ปูยักษ์ ขาปู ปูดองประเทศเกาหลี ที่อร่อยเอามากๆเพราะว่าอย่างงี้ตรงนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวที่สำคัญแล้วยังถือได้ว่าแลนด์มาร์คของปูซานอีกด้วย
4. วัดแฮป่า ยงกุงซา
(Haedong Yonggungsa Temple)
ไหว้พระ ทำบุญสุนทาน หรือต้องการมาขอพรจะต้องนี่เลย วัดแฮป่า ยงกุงซา เป็นวัดที่ดั้งเดิมมากมายที่ทำขึ้นมาตั้งแต่ในปีคริสต์ศักราช1376 อยู่ที่เมืองปูซาน รวมทั้งวิหารของสงฆ์ก็ถูกทำขึ้นใหม่ในปีคริสต์ศักราช1970 ตัววัดได้ตั้งอยู่บนเขาชายหาด ซึ่งมันทำให้วัดนั้นสวยมากเพิ่มขึ้นไปอีกบวกกับบรรยากาศเย็นสบาย ทำให้รู็สึกว่าได้หลุดเข้าไปอีกโลกเลยจ้ะ วัดนี้จะมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษก็ในตอนเทศกาลปีใหม่ จะมีผู้คนเข้ามาเคารพบูชาขอพรและก็จะนิยมมาเพื่อดูดวงอาทิตย์แรกของปีตรงนี้อีกด้วย

4 พิพิธภัณฑสถานของกิน ที่น่าท่องเที่ยวในประเทศเกาหลี จะต้องทดลอง!!

ทัวร์เกาหลี คนใดที่เป็นสายของกินประเทศเกาหลีหรือชอบใจรสของกินประเทศเกาหลีแล้วละก็ ทัวร์เกาหลี คุณจึงควรรู้จักประวัติความเป็นมาของของกินของประเทศเกาหลีด้วย วันนี้พวกเราก็เลยจะพาคุณมารู้จะสถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีที่เป็นพิพิธภัณฑสถานของกิน ซึ่งพิพิธภัณฑสถานของกินในประเทศเกาหลีนั้นก็จะมีมากมายอย่าง ที่จะแสดงประวัติความเป็นมาของของกินแต่ละจำพวกว่าเป็นอย่างไร พวกเรามาดูกันเลยว่ามีพิพิธภัณฑสถานของกินอะไรที่อยู่ในประเทศเกาหลี ตามมาเลยจ้ะ
1. พิพิธภัณฑสถานกิมจิ
Museum Kimchikan
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่แสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของกิมจิ ไม่ว่าจะเป็นภาชนะเครื่องครัวแบบเริ่มแรก วัตถุดิบที่ใช้เพื่อทำกิมจิแบบยุคเก่าจนกระทั่งปัจจุบันนี้ หรือวิชาความรู้ที่เกี่ยวกับการหมักดองกิมจิว่าควรจะทำอย่างไร ต่อให้ความไม่เหมือนอาหารสิ่งในแต่ละฤดูหรือภูมิภาคก็จะต่างกัน ซึ่งกิมจินั้นเป็นอาหารประจำชาติของประเทศเกาหลีตั้งแต่ในสมัยก่อนจนกระทั่งในตอนนี้ แล้วก็เป็นของกินที่ทุกคนก็รู้จักกันอย่างดีเยี่ยม
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดกระทำ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : คนแก่อายุ 17 ปีขึ้นไป 5,000 วอน / กรุ๊ป 4,000 วอน
เด็กและก็วัยรุ่นอายุ 8-17 ปี 3,000 วอน / กรุ๊ป 2,000 วอน
เด็กอายุ 6 ปี 2,000 วอน / กรุ๊ป 1,000 วอน (เด็กแรกคลอดและก็คนแก่เข้าชมฟรี)
2. พิพิธภัณฑสถานแป้งต๊อก
Tteok Museum
เป็นพิพิธภัณฑสถานที่นำเสนอนิทรรศการเครื่องครัวเก่าสไตล์ประเทศเกาหลีที่หาได้ยากอย่างยิ่ง ซึ่งทางพิพิธภัณฑสถานจะดำเนินกิจกรรมให้คนที่พึงพอใจได้ร่วม ทำให้มีประสบการณ์สำหรับในการทำอาหารซึ่งจะแบ่งเป็นโปรแกรมต่างๆทางข้าราชการก็จะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือทําแป้งต๊อกรวมทั้งเครื่องมือสำหรับเพื่อการทำแต่ว่าในละช่วง แล้วก็จะให้ท่านทำแป้งต๊อกขึ้นมาด้วยความสามารถของตน ถ้าหากคุณมาตรงนี้แล้วนอกเหนือจากการที่จะรู้เรื่องรู้เรื่องรู้ราวเป็นไปมา ก็ยังได้มองเห็นเค้าหน้าของแป้งต๊อกในแต่ละสมัยแต่ละยุคอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
วันปิดกระทำการ : วันปีใหม่ประเทศเกาหลีรวมทั้งวันยกซอก
ค่าเข้าชม : ตั๋วส่วนตัว-คนแก่ 3,000 วอน / เด็กนักเรียน 2,000 วอน
ตั๋วกรุ๊ป-คนแก่ 2,000 วอน / เด็กนักเรียน 1,000 วอน
กรุ๊ปควรมีปริมาณ 20 ขึ้นไป รวมทั้งถ้าหากสำรองชื่อออนไลน์ล่วงหน้า ฟรีค่าไกด์ชี้แนะ
3. พิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลต
Chocolate Museum
คุณทราบหรือไม่ว่าพิพิธภัณฑสถานช็อกโกแลตที่ประเทศเกาหลีที่นี้มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ของโลกด้วยนะ ข้างในนั้นก็มีการจัดโชว์และก็ภูมิหลังของช็อกโกแลต จะมีห้องกระจกที่เสมือนเป็นโรงงานผลิตช็อกโกแลต ทำให้ท่านได้มองเห็นถึงขนาดตอนสำหรับในการผลิตช็อกโกแลตกันอย่างเห็นได้ชัด ช็อกโกแลตที่ทำขึ้นมานั้น ก็ได้ถูกไปนำเสนอแล้วก็มีวางขายให้กับนักเดินทางได้ลองกันอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-18:00 น.
ค่าเข้าชม : คนแก่อยู่ที่ 4,000 วอน (เด็กและก็ผู้สูงวัย 65 ปีขึ้นไปฟรี)
4. พิพิธภัณฑสถานสุราประเทศเกาหลีแบบเริ่มแรก
Jeonju Korean Traditional Wine Museum
พิพิธภัณฑสถานวิธีการทำธุระแบบเริ่มแรกของพวกเราหลีที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านช็อนจูฮันอกในยังเมืองช็อนจู ในจังหวัดช็อลลาเหนือ ของประเทศเกาหลีใต้ พิพิธภัณฑสถานที่นี้ได้ชี้แจงถึงกับขนาดตอนแนวทางการทำเหล้าแบบเริ่มแรก หัวข้อการจัดเตรียมวัตถุดิบ การนำสิ่งที่ใช้ในการใช้ทำเหล้า นอกเหนือจากนี้พิพิธภัณฑสถานก็ยังให้โอกาสให้นักเดินทางได้มีส่วนร่วมสำหรับเพื่อการมีทำเหล้าแบบเริ่มแรกอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 09:00-18:00 น.
วันปิดทำ : วันจันทร์
ค่าเข้าชม : ฟรี (มีค่าใช้จ่ายสำหรับในการร่วมกิจกรรมตามโปรแกรม)

สิ่งที่น่าจะทราบ เพื่อจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีอย่างสนุกสนาน

ทัวร์เกาหลี วันนี้จะมาบอกในเรื่องสิ่งที่ควรจะทราบก่อนจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือทัวร์ประเทศเกาหลีให้บันเทิงใจ แน่ๆว่าในขณะนี้หากว่าพวกเราต้องการจะท่องเที่ยวประเทศไหนสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต ก็จะต้องคิดถึงประเทศเกาหลีเป็นประเทศแรก เนื่องจากว่าการไปประเทศเกาหลีนั้นแพงที่ไม่สูงมากมายรวมทั้งมีสถานที่งามๆที่น่าไปเยอะมากไปหมด แถมมีโปรแกรมทัวร์ให้เลือกนานาประการอย่างอีกด้วย แล้วแบบงี้ใครกันแน่จะไม่ต้องการที่จะไปละ เมื่อก่อนที่จะท่องเที่ยวนั้นสิ่งที่จำต้องทำก่อนนั้นก็คือสิ่งที่จะต้องทราบก่อนจะไปประเทศเกาหลี โน่นก็เพื่อจะทำให้การเที่ยวของพวกเรานั้นบันเทิงใจเยอะขึ้น และก็ที่สำคัญจะได้ไม่ไปยืนงงเต็กๆในป่าประเทศเกาหลีด้วย
สิ่งที่ควรทราบของประเทศเกาหลี
1.เวลาของประเทศเกาหลี
เวลาของที่ประเทศเกาหลี นั้นเร็วกว่าเมืองไทยพวกเราถึง 2 ชั่วโมง สำหรับการเดินทางก็ควรที่จะเลือกเวลาดีๆสำหรับการไปแล้วก็เมื่อเดินทางไปถึงประเทศเกาหลีแล้ว ให้กระทำปรับนาฬิกาตรงเวลาประเทศเกาหลี เพื่อความสบายในหลายๆอย่างของคุณเอง
2.การใช้ภาษา
คนภายในประเทศเกาหลีใต้นั้นส่วนมากคนภายในประเทศจะใช้ภาษาประเทศเกาหลีเป็นภาษาหลัก สำหรับภาษาอังกฤษที่ใช้กันในประเทศนั้น ก็มีเฉพาะพลเมืองส่วนน้อยแค่นั้น
3. การให้บริการติดต่อสำหรับเพื่อการโทรศัพท์แล้ว
บัตรโทรศัพท์ก็มีขายอยู่ทั่วๆไป ตามเคาน์เตอร์บังกะโล ซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนราคาที่ขายกันอยู่นั้นเป็น 3,000 , 5,000 รวมทั้ง 10,000 วอน
4. วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้บันทึกข้อมูล
สำหรับเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้บันทึกข้อมูล ตัวอย่างเช่น SD Card แล้วก็วัสดุอุปกรณ์สำหรับในการชาร์ตต่างๆพวกเราควรจะเตรียมพร้อมสำหรับไปให้พอเพียงโดยยิ่งไปกว่านั้นถ่านใส่กล้องถ่ายภาพ เพราะว่าที่โน้นแพงที่ออกจะสูง
5. ของกินประเทศเกาหลี
สำหรับของกินประเทศเกาหลีในแต่ละภูมิภาคนั้นมีรสชาติที่ไม่เหมือนกัน ก็จะอย่างกับบ้านพวกเราที่แต่ละภาคก็รับประทานรศที่นานับประการ ดังเช่น จังหวัดชอลลาโด ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีของกินอร่อยที่สุด รวมทั้งของกินที่ขึ้นชื่อลือชานั้นก็ได้แก่ บิบิมบับ คงจะนามูลกุกบับ รวมทั้งยิ่งไปกว่านี้ก็ยังมีของกินชุด อย่าง ฮันจองชิกที่น่าอร่อยมหาศาล
6. น้ำ
น้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำไม่ น้ำร้อน ชา จะไม่มีน้ำแข็ง รวมทั้งสำหรับน้ำอัดลมจะอยู่ที่ราว 1000-2000 วอน รวมทั้งเบียร์สดราวๆ 3000-4000 วอน
7. ศุลกากรของประเทศเกาหลี
ศุลกากรของประเทศเกาหลี จะอนุญาตให้นำสุราเข้าได้เพียงแค่ 1 ขวด น้ำหอม 2 ออนซ์ และก็ยาสูบ 1 แถวแค่นั้น ส่วนขาออกนั้น ไม่อนุญาตให้นำวัตถุที่เป็นเจลและก็วัตถุพวกขวดสเปรย์ ไฟแช็ค วัตถุมีคม วัตถุเหมือนอาวุธปืนทุกชนิดประจำตัวขึ้นเครื่องบินไปโดยเด็ดขาด
8. ห้องอาบน้ำ
ห้องสุขาโดยธรรมดาให้บริการแบบฟรีๆที่มีบริการทั้งยังในที่สาธารณะ ใกล้ที่จอดรถ รอบๆร้าน รีสอร์ทรวมทั้งทั่วๆไป
9. การให้ทิป
สำหรับในการให้ทิปในประเทศประเทศเกาหลีนั้น นับว่ามีความหมายอย่างยิ่ง แม้คุณใช้บริการของบุคลากรควรจะให้ทิปตามธรรมเนียมปฏิบัติ เนื่องจากว่าธรรมดาทางอพาร์เม้นท์ห้องอาหารจะไม่มีคนที่ทำหน้าที่คอยให้บริการ
10.สกุลเงินของประเทศเกาหลีนี้
เป็น วอน ซึ่งเหรียญกษาปณ์จะแบ่งได้ 1, 5, 10, 50, 100 รวมทั้ง 500 วอน ส่วนแบงค์นั้น จะมี 1000, 5000 และก็ 10,000 วอน ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนคร่าวๆ 1,000 วอน = 28-30 บาท ซึ่งแม้ท่านสามารถทำตรวจตราอัตราแลกเปลี่ยนเงินของวันแล้ววันเล่าถึงที่เหมาะ อัตราแลกเปลี่ยนประจําวัน
รวมทั้งนี้เป็น 10 ข้อควรจะทราบก่อนท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีให้สนุกสนาน หวังว่าน่าจะก่อให้คุณได้เตรียมความพร้อมกับการไปท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลี แล้วก็จะแฮปปี้แฮปปี้ตลอดการท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีอย่างไม่ต้องสงสัย

1 2 3