5 ที่น่าท่องเที่ยว จำต้องเดินทางไปให้ได้สักหนึ่งครั้ง ในเวียดนาม

คนไหนกันแน่กำลังคิดแผนไปท่องเที่ยวที่เวียดนามเอ่ย? ทัวร์เวียดนาม วันนี้พวกเราจะมาเสนอแนะสถานที่เที่ยวในเมืองหลวงของเวียดนาม บอกแล้วว่า ปัง ปัง ปัง! มากมาย ถ้ามาเวียดนามแล้วมิได้มา บอกเลยว่าจำเป็นต้องรู้สึกเสียดายเศร้าใจไปตลอดชีพอย่างแน่แท้ กล่าวอย่างนี้ต้องการจะรู้และเข้าใจดีแล้วล่ะสิว่ามีที่แห่งใดบ้าง ดังนั้นตามกันมาเลย แรง!
1. เจดีย์เตริ่นกว๊อก
Chua Tran Quoc
เจดีย์ที่นี้ตั้งอยู่ริมหาดสาบโฮไตเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในฮานอยละ ซึ่งเจดีย์ที่นี้เป็นสถานที่โบราณที่สุดของเวียดนามเลย เป็นเจดีย์ที่มีทรงคล้ายของจีนประเทศญี่ปุ่นที่มีการไล่ระดับขึ้นไปเป็นชั้นๆไปเรื่อยซึ่งในแต่ละชั้นนั้นก็จะมีพุทธรูปสีขาวติดตั้งอยู่ภายในช่องเจดีย์
2. อ่าวฮาทดลอง
Ha Long Bay
เป็นอ่าวที่ได้รับการจดทะเบียนมรดกโลกทางธรรมชาติ เนื่องจากตรงนี้นั้นมันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติได้ประดิษฐ์ขึ้นมาให้สวยสดงดงามที่เปรียบเสมือนอยู่ในรูปภาพวาด ธรรมชาตินั้นได้แต่งแต้มตรงนี้เต็มไปด้วยหินปูนรูปร่างประหลาดตาที่มีการซับซ้อนกันอย่างงดงาม แล้วตรงนี้ก็มิได้มีดีเพียงแค่การความสวยสดงดงามทางธรรมชาติเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นทางป่าไม้หรือในน้ำก็ตาม
3. ถ้ำเทียนกุง
Thien Cung Cave
เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางทะเลสาบ ถ้ำที่นี้มีหินงอกหินย้อยอยู่เยอะแยะรวมทั้งมีความงดงามอีกด้วย ภายในก็จะมีการจัดแสงสีเพื่อเพิ่มความงามเขาหินห้อยมากขึ้นเรื่อยๆ หินงอกหินย้อยแต่ละก้อนนั้นก็จะมีลักษณะรูปร่างที่แตกต่างออกไป แล้วไม่ต้องกลัวนะคะว่าเขาทำไปแล้วเขาจะไม่มีวันเดินสบาย เพราะเหตุว่าในถ้ำนั้นเขาได้มีการทำฟุตบาทไว้สำหรับเพื่อการท่องเที่ยว
4. วัดหง็อกเซิน
Ngoc Son
ตรงนี้เป็นวัดโบราณบนเกาะเล็กเกาะน้อยๆกึ่งกลางทะเลสาบ ซึ่งวัดที่นี้จะมีสะพานไม้สีแดงสดใสที่จะสามารถเดินผ่านจากฝั่งวัดไปอีกฝั่งหนึ่ง คุณทราบไหมค่ะว่าความหมายของภาษิตแดงนี้หมายคืออะไร ความหมายซึ่งก็คือ สะพานแสงตะวันรุ่งแจ้งนั่นเอง สะพานที่นี้จะเป็นจุดที่นักเดินทางหลายๆคนถ่ายภาพกันสูงที่สุด
5. วัดเจดีย์เสาเดียว
One Pillar Pagoda
วัดที่นี้เป็นวัดที่มีความเก่าแก่มากมายเพราะเหตุว่าแก่กว่า 400 ปี รูปแบบของวัดก็จะเป็นตามชื่อเลยจ้ะเพราะเหตุว่าเป็นวัดขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเสาต้นเดียว ซึ่งวัดศาลาวัดนี้ได้ทำขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาแก่เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งคนจำนวนมากที่มาท่องเที่ยววัดที่นี้ก็จะมาขอบุตรกับเจ้าแม่กวนอิมที่เจดีย์เสานี้นั้นเอง ผู้ใดกันแน่ที่ไปกับคนรักรวมทั้งต้องการมีลูกก็ทดลองไปขอพรกันมองนะคะ
6. วิหารวรรณกรรมวันเหมียว
Van mieu
วิหารที่นี้ได้ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นสถานที่เรียนของพวกเจ้าขุนมูลนาย ทั้งยังได้เปิดเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติที่แรกของเวียดนาม ซึ่งคราวก่อนนั้นวิหารที่นี้เขาใช้เป็นสถานที่สอบเข้าจองหงวน ข้างในวิหารจะมีแผ่นจารึกชื่อควรหวน ซึ่งตอนนี้ได้เป็นวัดที่ผู้เรียนใช้ศึกษาเล่าเรียนรวมทั้งมากมายราบขอพรเพื่อสอบได้อีกด้วย

4 สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสมที่สุดของกรุงฮานอย บอกเลยจำเป็นต้องมาให้ได้!

ผู้ใดที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวเวียดนาม ทัวร์เวียดนาม หรือบางบุคคลบางทีก็อาจจะมาพร้อมกับทัวร์เวียดนาม วันนี้จะมาขอนำเสนอสถานที่น่าท่องเที่ยวในกรุงฮานอยประเทศเวียดนาม เนื่องจากบางบุคคลอาจไม่ทราบว่ามีที่น่าท่องเที่ยวตรงไหนบ้างในเวียดนามที่น่าไป หรือบางบุคคลบางครั้งก็อาจจะกำลังหาอยู่ว่ามีที่ใดบ้างนะที่น่าดึงดูดที่ท่องเที่ยว ด้วยเหตุว่าจำต้องรู้เรื่องว่าพวกเราท่องเที่ยวทั้งทีก็ต้องการท่องเที่ยวที่บันเทิงใจๆใช่ไหมละค่ะ แถมในเวลาที่ท่องเที่ยวก็มีไม่กี่วันด้วย
ฮานอยเป็นเมืองหลวงโบราณของประเทศเวียดนามที่แก่มากยิ่งกว่าพันปี ฮานอยเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่ยอดฮิตสำหรับนักเดินทางที่ถูกใจในเรื่องของสถาปัตยกรรมและก็รวมทั้งศิลป์วัฒนธรรมแบบเริ่มแรก จะกล่าวว่าการเดินทางมาฮานอยนั้นสบายมากมายๆไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถประจำทางหรือเรือบิน ในวันนี้พวกเราจะขอพวกท่านทุกคนไปพบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของเมืองฮานอยกัน มีอะไรบ้างตามมาเลย
1. ป่าช้าโฮจิมินห์
ตั้งอยู่ตรงกลางสี่เหลี่ยมด้านเท่าบาสท้วงติงห์ที่เมืองฮานอยรวมทั้งเป็นที่ตั้งหลุมฝังศพของโฮจิมินห์ การจัดตั้งได้รับแรงผลักดันมาจากสุสารของเลนินในกรุงมอสโก และก็ผสมกับสถาปัตยกรรมของเวียดนาม รวมทั้งตรงนี้ยังกล้ามาเป็นสถานที่เที่ยวที่ได้รับความนิยม ด้านในป่าช้ามีโลงศพแก้วที่เก็บรักษาโฮจิมินห์ไว้ใน นั้นก็เพื่อคนรุ่นใหม่ได้ทราบจะกับหัวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเวียดนามนั่นเอง ถ้าใครกันแน่ที่อยากมาท่องเที่ยวตรงนี้ก็จะต้องแต่งตัวให้นอบน้อมห้ามพูดคุยเสียงดังและก็ยังห้ามดูดบุหรี่ข้างในรอบๆด้วย แล้วอีกอย่างก็คือห้ามถ่ายภาพและก็ถ่ายวีดีโอเด็ดขาด
2. พิพิธภัณฑสถานชาติพันธุ์วิทยาเวียดนาม
ตั้งอยู่ห่างจากเมืองฮานอยโดยประมาณ 8 กม.พิพิธภัณฑสถานที่นี้ได้แบ่งได้ทั้งผอง 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 : จะเป็นพิพิธภัณฑสถานแบบปิดซึ่งอยู่ในตัวตึก 2 ชั้นด้านในตึกนั้นจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวเผ่าพันธุ์ของชาวเวียดนาม โดยจะใช้มัลติมีเดียมีทั้งยังรูปวีดีทัศน์แล้วก็หุ่น
ส่วนที่ 2 : เป็นพิพิธภัณฑสถานที่โล่งแจ้งที่แสดงบ้านเลียนแบบของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆซึ่งนักเดินทางสามารถเข้าไปดูด้านในภายได้ แล้วด้านในภายจะมีข้าราชการรอจัดเตรียมชาไว้ต้อนรับนักเดินทางอีกด้วย
3. วิหารวรรณกรรมวันเหมียว
ตรงนี้เป็นอีกแห่งหนึ่งในฮานอยที่ทุกคนไม่สมควรจะพลาดเด็ดขาด วัดในวิหารนี้เป็นวัดโบราณที่มีประวัติที่ไปที่มานานแทบพันปี รวมทั้งยังมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยที่แรกของเวียดนามด้วย จนถึงปลายศตวรรษที่ 18 ก็ได้ปิดตัวลงรวมทั้งถูกทิ้งให้รกร้าง เดี๋ยวนี้ตรงนี้ก็ได้รับการบูรณะซ่อมขึ้นมาใหม่แล้วก็แปลงเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และก็การเรียนของเวียดนาม
4. โอลด์ควอเตอร์ บริเวณเมืองเก่าที่กรุงฮานอย
เป็นเขตเมืองเก่าในกรุงฮานอยที่มีเอกลักษณ์และก็บอกถึงความเป็นเวียดนามในต้นแบบเริ่มแรกได้อย่างแจ่มแจ้ง ตรงนี้แปลงเป็นสถานที่เที่ยวของฝรั่งที่ถูกใจบรรยากาศความเก่าแก่หรือแบบเริ่มแรก ตรงนี้จะมีอีกทั้งห้องอาหารประจำถิ่นร้านขายของเก่า และก็ร้านค้าขายร้านหาบเร่ส่วนมากจะขายของที่ไม่เหมือนกันออกไปในแต่ละตรอก ยกตัวอย่างเช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องเพชรพลอย งานหัตถกรรม และก็ฯลฯ

6 ที่เที่ยวใกล้บ้าน บรรยากาศดี ราคาน่าคบ ในเวียดนาม!

ทัวร์เวียดนาม หลายท่านคงจะต้องการจะท่องเที่ยวต่างถิ่น หรือต้องการจะหาที่พักผ่อนหย่อนใจหลบจากผู้คน วันนี้พวกเราต้องการจะพาเพื่อนฝูงๆมาท่องเที่ยวในเวียดนาม ที่เป็นประเทศใกล้บ้านพวกเราทั้งบรรยากาศดีแล้วอีกด้วย พวกเรามาดูกันเลยว่ามีไหนที่น่าท่องเที่ยวในเวียดนามบ้าง ตามาเลยจ๊าาาาาา!
1. อ่าวฮาทดลองเบย์
Ha Long Bay
เป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก เป็นอ่าวที่มีความสมบูรณ์สมบูนร์ทางธรรมชาติมหาศาล แล้วจุดแข็งอย่างหนึ่งเลยของอ่าวที่นี้เป็นมีเกาะกระจัดกระจายอยู่มากไม่น้อยเลยทีเดียวมากยิ่งกว่า 1,969 เกาะ ซึ่งบางเกาะที่ใหญ่ก็จะมีการตั้งรีสอร์ทไว้ให้กับท่องเที่ยวได้พักกันอีกด้วย แล้วก็ยังมีอีกมากมายเกาะ1,969 เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่เยอะมากๆ
2. ทะเลทรายมุยเน่
White Sand Dunes
เป็นเมืองชายทะเลที่อยู่ทางด้านใตนของประเทศเวียดนาม ที่มีชายทะเลแล้วก็สันทรายขนาดนั้นมาจนถึงคุณจำเป็นต้องรู้สึกตลึง ซึ่งตรงนี้จะมีทะเลทรายขาวรวมทั้งทะเลทรายแดงที่เปิดให้นักเดินทางเข้าชมความสวยของทะเลทราย คนใดเป็นสายเซลฟี้อยู่ขอเสนอแนะว่าให้ไปถ่ายตรงสมุทรขาวเพราะเหตุว่าจะถ่ายภาพงามกว่าทะเลทรายแดง
3. เกาะฟูก๊วก
Phu Quoc Island
เกาะที่นี้เต็มไปด้วยความงดงามทางธรรมชาติ แล้วก็มีธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์อย่างมาก บอกเลยว่าเป็นเกาะสรวงสวรรค์อีกแห่งหนึ่ง ที่มีน้ำสมุทรอีกทั้งงามใสซึ่งสามารถเห็นแนวปะการังได้แจ่มแจ้งจากบนผิวน้ำ บอกเลยว่าถ้าคุณได้ไปเกาะที่นี้แล้วทิปหน้าคงจำต้องต้องการมาเกาะที่นี้อีกอย่างแน่แท้
4. บานา ฮิลล์ ดานัง
Bana Hill, Danang
ตรงนี้มีสถานที่เที่ยวเด่นอยู่อย่างหนึ่งก็คือสะพานที่มีอุ้งมือยักษ์รองรับสะพานไม้ที่โค้งอยู่ ยิ่งกว่านั้นก็ยังมีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวเยอะมากไม่ว่าจะเป็น หมู่บ้านประเทศฝรั่งเศส สวนสนุก สวนดอกไม้ กระเช้าไฟฟ้า และก็อารามต่างๆที่มีสถาปัตยกรรมที่สะดุดตาเป็นอันมาก
5. ถ้ำฟองญา
Phong Nha Caves
ที่ตั้งของถ้ำนั้นจะอยู่ในอุทยานแห่งชาติฟองญาของเวียดนาม ถ้ำที่นี้เป็นเทือกเขาหินปูนที่แก่มากยิ่งกว่า 400 ล้านปีซึ่งนับได้ว่าเป็นถ้ำที่โบราณที่สุดในทวีปเอเชีย ถ้างั้นบอกเลยว่าสวยสดงดงามจับจิตมากมายๆรวมทั้งมีความเป็นที่สุดอยู่หลายชนิดเลยก็คือ มีเนินทรายแล้วก็หินใต้น้ำงามที่สุด มีหินงอกหินย้อยลักษณะต่างๆที่มีทรงที่งามหรือแปลกประหลาดที่สุด มีทะเลสาบน้ำจืดโผลงยในถ้ำที่งามที่สุด มีสายธารลอดเทือกเขายาวที่สุด ทั้งยังพื้นที่ในถ้ำกว้างและก็งามเป็นที่สุด มองเห็นความเป็นที่สุดหลายประเภทขนาดนี้ทราบเลยว่าคุณจึงควรต้องการไปแน่ๆ
6. ซาขว้าง
Sa Pa
เป็นเมืองที่รายล้อมไปด้วยเทือกเขาที่เขียวชะอุ่ม ซึ่งมองดูไปทางไหนก็รู้สึกสบายตัวสุขใจมากมายก่ายกองเมื่อได้ท่องเที่ยว แน่ๆว่าการที่มีเทือกเขาที่เขียวชอุ่มนั้นบรรยากาศก็เลยเย็นสบายตลอดทั้งปีด้วย หลายคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าราวกับได้ไปพักอยู่ในยุโรป จริงๆก็ไม่แปลกเลยที่ทุกคนจะพูดยังงั้น เนื่องจากว่าเวียดนามเคยถูกครอบครองโดยประเทศฝรั่งเศสมาก่อน ก็เลยทำให้มีบรรยากาศแล้วก็กลิ่นของความเป็นตะวันตกยังคงอยู่นั่นเอง

4 สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติ บอกเลยว่ายอดเยี่ยม!! ที่เวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม ถ้ากำลังมองหาสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติในเวียดนามละก็ คุณมาหาพวกเราได้เลยจ้ะเนื่องจากว่าพวกเราทราบว่าควรมีผู้ที่ชอบใจความชอบธรรมชาติในเวียดนาม แม้กระนั้นไม่รู้จักว่าจะท่องเที่ยวที่แห่งไหนดี วันนี้พวกเราเลยต้องการจะชี้แนะสถานที่เที่ยวในเวียดนามในแบบธรรมชาติ ที่ถ้าเกิดได้ไปแล้วควรต้องรู้สึกหลงเสน่ห์อย่างไม่ต้องสงสัยเลยละขา เอามาพวกเรามาดูกันเลยดีกว่าเนอะ!
1. ฮาทดลองเบย์
(Ha Long Bay)
น้ำเขียวมรกตกับเกาะหินปูนสูงลิ่วตั้งเรียงรายสลับกับเกาะแก่งเล็กๆอ่าวฮาทดลองเป็นอ่าวที่มีความสวยทางธรรมชาติมากมายๆทั้งยังมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรต่างๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นกุ้งหอยปูปลาต่างๆก็เลยไม่สนเท่ห์ใจเลยว่าที่นี่ได้ถูกชูให้เปลี่ยนเป็นมรดกโลก บอกเลยว่าไม่สมควรพลาดตรงนี้เด็ดขาดเลยละค่ะ
2. เกาะกั๊ตบา
(Cát Bà Island)
เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในฮาทดลองเบย์ซึ่งมีพื้นที่โดยประมาณ 200 ตารางกิโลเมตร สถานที่เที่ยวที่สำคัญที่น่าจะมาท่องเที่ยวที่สุดบนเกาะที่นี้เป็นป้อมแคนนอน ที่ทำขึ้นบนยอดดอยซึ่งเยอะที่สุดในเกาะกั๊ตบา ซึ่งป้อมที่นี้ได้ถูกผลิตขึ้นก่อนที่จะเวียดนามถูกประเทศฝรั่งเศสเข้ายึด บอกแล้วว่าที่นี่โดนล้อมไปด้วยเทือกเขาน้ำและก็ต้นไม้ที่มีวิวสวยเอามากๆเลยจ้ะ
3. เกาะฟูโกว๊ก
(Phu Quoc Island)
เป็นเกาะอีกที่นึงที่ธรรมชาติสมบูรณ์บริบูรณ์ แถมยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยที่ขนาดไม่เหมือนกันออกไปถึง 28 เกาะ หากอยามมาสัมผัสวัฒนธรรมความธรรมชาติแบบเริ่มแรกก็จะต้องตรงนี้เพราะว่าราษฎรยังคงใช้ชีวิตกันแบบดังที่เคยวัฒนธรรมแบบเริ่มแรกเลยละขา แถมหาดของตรงนี้ยังขึ้นชื่อลือนามในเรื่องความขาวสะอาดเนียนนุ่มละเอียดอีกด้วย คนไหนกันสายสมุทรมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้เลยจ้ะการันตีได้มุมดีๆถ่ายภาพเยอะ
4. ทะเลทรายมุยเน่
(Muine)
ผู้ที่ไม่ต้องการที่จะไปไกลถึงซาฮาราก็สามารถมาท่องเที่ยวทะเลทรายมุยเน่ได้ แบบเดียวกันมาท่องเที่ยวทะเลทรายนี้ก็ไม่ร้อนให้เหงื่อตกอีกด้วยนะคะ แต่ว่ามิได้บอกนะว่าอากาศจะเย็นขนาดนั้นเอา คุณสามารถมาท่องเที่ยวแบบเดินเที่ยวชิวๆตรงนี้ได้เลย แถมยังมีให้เลือกเดินเที่ยวถึงสองที่ด้วยนะคะมีทั้งยังทะเลทรายขาว และก็ ทะเลทรายแดงนั่นเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นชื่อเช่นเดียวกันแม้กระนั้นบรรยากาศรวมทั้งฟิวนั้นแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ก็ท่องเที่ยวมันทั้งคู่ที่เลย! เนอะ
เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะกับสถานที่เที่ยวอีกทั้ง 4 ที่นี้ ซึ่งเป็นที่เที่ยวทางธรรมชาติมากมายๆบอกเลยว่าเป็นที่เที่ยวแบบที่สุดของที่สุดถ้าหากมิได้ไปเนี่ยพลาดเลยจริงๆแบบงี้ทุกคนจะพลาดไปมิได้นะคะ เพราะเหตุว่าที่ที่ได้เสนอแนะมานี้มันเป็นสถานที่ยอดนิยมที่นักเดินทางสวนมากมายไป รวมทั้งเป็นสถานที่มีชื่นเสียงทั้งหมดเลยละค่ะ อย่างงี้จะพลาดมิได้นะ รีบๆเดินทางกันเล้ยย!

พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองชายทะเลสุดได้รับความนิยมของเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม หากจะหาสถานที่เที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอชี้แนะ มุยเน่ ชายทะเลและก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับแรกๆของเอเซียอาคเนย์ แล้วก็ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของเมืองชายทะเลที่เป็นที่รู้จักแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามอย่างยิ่งจริงๆ
เมืองมุยเน่
เป็นเมืองที่โด่งดังในเรื่องของหาดทรายที่สวยสดงดงามแล้วก็สงบเงียบ รอบๆชายทะเลนั้นยาวราว 10 กม.แล้วก็ตรงชายหาดจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะแยะ ราษฎรตรงนี้มีอาชีพหลักสำหรับเพื่อการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย รวมทั้งที่ทำให้ตรงนี้แปลงเป็นบ้านพักอากาศในฝันโน่นเพราะ เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีรีสอร์ทมีอพาร์เม้นท์มาก รวมถึงมีของกินที่อร่อย แล้วก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง โน่นก็เลยทำให้นักเดินทางล้นหลามเข้ามาพักเข้ามาท่องเที่ยวกันมากไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากว่ามีทำเลที่ตั้งที่สะดุดตาและก็ตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทร สิ่งที่มีชื่อเสียงและก็มีชื่อเสียงกันสูงที่สุดซึ่งก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างถึง 18 สีรวมทั้งทะเลทรายที่มีชื่อสูงที่สุดก็คือเนินทรายแดงรวมทั้งเนินทรายขาว
1. เนินทรายแดง
ครอบคลุมพื้นที่โดยประมาณ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งสมุทรเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ขณะที่สมควรสำหรับการท่องเที่ยวดูก็คือตอนเช้าหรือภายหลัง 15.00 นเป็นต้นไป เพราะว่าตอนนี้กระแสลมจะไม่แรงแล้วก็จะไม่รู้จักสึกร้อนจัด
2. เนินทรายขาว
อยู่ทางเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราวๆ 20 กิโล มีทะเลสาบที่ประชิดกับข้างๆของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่สวย ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมสูงถึง 70 เอเคอร์ราว 500 เมตรและก็ลึกโดยประมาณ 19 เมตร ด้านในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีนานัปการสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่ว่าน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและก็สามารถเช่าเรือพายไปบริเวณสมุทรสาปได้หรือจะเดินเที่ยวรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้แบบเดียวกัน
นอกเหนือจากเนินทรายขาวและก็เนินทรายแดงทั้งคู่นี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอีกเยอะแยะ ได้แก่ แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดกร่อนโดยลำน้ำเล็กๆจนกระทั่งทำให้มองเห็นชั้นของทรายที่มีสีแตกต่างแล้วก็มีลักษณะที่ประหลาดตางาม หรือพระราชวังหินที่ทำขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 ฯลฯ
การเดินทาง
– นั่งเรือบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์
– แล้วต่อรถขึ้นรถประจำทางไปยังเมืองมุยเน่
– ใช้เวลาโดยประมาณ 4 ชั่วโมง
ชี้แนะว่าจะต้องมีเวลาอย่างต่ำ 2 วัน สำหรับเพื่อการไปเยี่ยมมุยเน่ เพราะเหตุว่าจะมีผลให้ได้ท่องเที่ยวและก็สัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจ
เมืองมุยเน่เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับผู้ที่ปรารถนามาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์แบตเตอรี่ให้กับตนเองให้เต็มแล้วกลับไปดำเนินการใหม่ แถมการมาท่องเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้มองเห็นความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีความสวยและก็บรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่บางทีอาจลืมลง

หนีไปพักดามหัวใจ รับประทาน ท่องเที่ยว ช๊อบ ที่ ฮอยอัน!

ทัวร์เวียดนาม ใครๆก็ต่างรู้จัก ฮอยอัน เมืองเล็กๆที่คนใดไปก็ต่างหลงมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ริมฝั่งสมุทรใต้ในเขตจังหวัด กว๋างนาม แล้วจุดแปลงของตรงนี้ก็เมื่อในตอนศตวรรษที่ 16-17 ที่มีการค้าและก็ผู้คนต่างเมืองย้านเข้ามาอยู่ไม่ว่าจะเป็น คนจีน ประเทศญี่ปุ่น ชาวดัตช์ แล้วก็ประเทศอินเดีย แม้ว่าในขณะนี้ตรงนี้จะมิได้เป็นศูนย์กลางค้าแนวทางการขายเสมือนในสมัยก่อน กลับได้เปลี่ยนเป็นเมืองที่มรดกโลกที่ได้เป็นตัวอย่างของเมืองท่า ซึ่งตรงนี้ได้มีการประสมประสานสถาปัตยกรรมแคว้นแล้วก็ฝรั่งเอาไว้ร่วมกันกระทั่งเปลี่ยนเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกใหม่ บอกเลยว่ามีสถานที่เที่ยวฟินๆในฮอยอันมากมาย ซึ่งจะมีที่แห่งใดบ้างนั้นก็ตามมาดูกันเลยจ้ะ
1. บริเวณเมืองเก่าฮอยอัน
Hoi An Ancient Town
ข้อดีของเมืองนี้เลยก็คืออาคารสีเหลือง ที่เป็นบ้านโบราณแล้วหลังจากนั้นก็มีโคมกระดาษที่หลายสี ในความเป็นจริงแล้วเมืองที่นี้ก็มีเสน่ห์โดยเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากส่วนประกอบหลายๆอย่างมารวมกัน ซึ่งทั้งหมดทุกอย่างตรงนี้ส่งผลให้เกิดมาเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ เพื่อนฝูงมาท่องเที่ยวตรงนี้ได้ถ้าเกิดไม่ได้อยากเดินเที่ยวก็สามารถนั่งจักรยานสามล้อหรือนั่งเรือเพื่อดูทิวทัศน์ นอกเหนือจากการที่จะเดินเที่ยวดูบรรยากาศและอย่าลืมไปพบของกินอร่อยๆทานกันด้วย ตรงนี้มีของน่ากินล่ะก็เค้าหน้าแปลกๆให้ได้ทดลองลองกันมากมายเลยล่ะจ้ะ
2. บ้านเก่าเลขที่ 101
Old house of Tan Ky
ตรงนี้เป็นบ้านไม้สองชั้นที่แก่กว่า 75 ปีและตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าโบราณยังฮอยอัน บ้านที่นี้นับว่าเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็คที่เป็นที่พักอาศัยของพ่อค้าในเขตสำคัญที่นี้ บ้านที่นี้ได้ถูกการกล่าวยกย่องในเรื่องความสวยเป็นบ้าน ที่จัดว่าเป็นบ้านคนรวยชาวประมงในบริเวณนี้ที่ผู้คนต่างให้ความนับถือ แม้ว่าบ้านนี้จะถูกอุทกภัยมาบ่อยสุดแท้แต่ก็ยังคงภาวะตามเคยไว้อย่างยอดเยี่ยม
3. สะพานประเทศญี่ปุ่น
Japanese Covered Bridge
เป็นสะพานที่สร้างมาแล้ว 425 ปีโดยชุมชนคนประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่พศาสตราจารย์ 1593 สะพานที่นี้ทำเพื่อผ่านสายธารเล็กๆที่เชื่อมต่อไปยังชุมชนจากจีน ซึ่งมีความยาวแทบ 20 เมตรเชื่อมต่อกับ 2 ถนนหลักสำคัญๆสะพานประเทศญี่ปุ่นนี้โด่งดังในเรื่องเกี่ยวกับการตกแต่งวิจิตรก็เลยแปลงเป็นสถานที่เที่ยวที่น่าจะมาอีกแห่งหนึ่ง
4. ร้านขายกาแฟ
Reaching Out Of Hear Café
ร้านค้าที่นี้มิได้เป็นเพียงค๊อฟฟี่ช็อปแค่นั้นแม้กระนั้นยังเป็นร้านค้าที่สร้างจังหวะให้กับคนไม่สมประกอบทางการได้ยิน ซึ่งข้างในร้านค้านั้นถูกตกแต่งด้วยน่ารักน่าเอ็นดูแล้วก็เครื่องเรือนไม้ข้างหลังก็จะมีสวนเล็กๆที่ร่มรื่นซึ่งเหมาะสมกับการดื่มกาแฟกับคุกกี้เป็นอย่างยิ่ง
ทั้งสิ้นนี้ก็เป็นสถานที่เที่ยวในฮอยอันที่คุณจำเป็นต้องไปให้ได้เลยนะคะ เมืองที่นี้มองเห็นเมืองที่มนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นผู้คนสถานที่เที่ยวซึ่งแต่ละที่ก็มีประวัติภูมิหลังที่นานและก็น่าดึงดูดเป็นอันมาก หวังว่าทิปหน้าที่คุณจะไปเวียดนาม จะต้องมาท่องเที่ยวที่ฮอยอันให้ได้ละบอกเลยว่าที่นี่เค้าดีจังๆ

6 ฤดูที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละตอน ในเวียดนาม ไปตอนไหนดีนะ?

เวียดนามเป็นประเทศที่เรียกพวกเราว่าบรรยากาศดีแห่งหนึ่ง ทัวร์เวียดนาม แล้วในแต่ละฤดูนั้นในลักษณะอากาศแต่ละฤดูก็มีบรรยากาศที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้แม้กระนั้นในช่วงฤดูกาลนั้นมีเอกลักษณ์แล้วก็บรรยากาศที่ฟินๆแตกต่างนั่นเอง วันนี้ก็เลยต้องการจะมาเสนอแนะสถานที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละตอนแต่ละฤดูว่าตอนไหนน่าท่องเที่ยวที่แห่งไหนกันบ้าง เพื่อที่คุณจะได้เสพบรรยากาศแบบติดอกติดใจในแต่ละตอน ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเรามาดูกันกันเลย!
1. ฤดูใบไม้ผลิ
ตอนเดือน : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
เป็นช่วงๆที่อากาศในเวียดนามนั้นจะเย็นสบายถึงจะมีฝนตกบ้างน้อยก็ตาม ซึ่งเป็นอากาศที่เหมาะสมแก่การเดินเที่ยวดูเมืองอย่างมาก ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
ฮานอย / Hanoi
เมืองหลวงของเวียดนามแล้วก็เป็นเมืองใหญ่ชั้นสองรองจากโฮจิมินห์ เป็นเมืองที่ผสมสถาปัตยกรรมของเวียดนามรวมกับสถาปัตยกรรมของประเทศฝรั่งเศสแบบโรมัน ซึ่งทำให้ตรงนี้มีเสน่ห์รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่ไม่มีใครเหมือนนั่นเอง แล้วนับว่าฮานอยเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญแล้วก็ยังเคยเป็นศูนย์กลางค้าที่สำคัญ เมื่อครั้งที่เคยเป็นประเทศอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส
2. หน้าร้อน
ตอนเดือน : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
ในช่วงฤดูร้อนของตรงนี้นั้นจะค่อนข้างจะร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านพวกเราอย่างยิ่งจริงๆ แต่ว่าถึงจะร้อนจัดแค่ไหนก็ค่อนข้างจะที่จะมีฝนตกบ่อยครั้งอยู่แบบเดียวกัน ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
ไฮฟอง / Haiphong
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนมากมายก่ายกอง ทั้งยังยังมีเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์บ้านพักจำนวนมาก แล้วจะมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวกันพิเศษในฤดูร้อนเนื่องจากว่าเป็นตอนๆที่น้ำทะเลกำลังอุ่นและไม่ร้อนจนกระทั่งเหลือเกิน พูดได้ว่ามาดับร้อนด้วยน้ำทะเล ทั้งคุณทราบหรือไม่จ้ะ!ว่าที่นี่เคยเป็นเมืองชายทะเลของประเทศฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคมอีกด้วย
3. ฤดูใบไม้ร่วง
ตอนเดือน : ก.ย. – พ.ย.
ฤดูนี้พูดได้ว่าเป็นตอนๆที่น่ามาท่องเที่ยวเยอะที่สุด ซึ่งอากาศที่เวียดนามในช่วงฤดูใบไม้หล่นนั้นจะเย็นสบายแล้วก็ฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆซึ่งเหมาะสมกับแนวทางการทำกิจกรรมที่โล่งแจ้งเอามากๆไม่ว่าจะเป็นเดินเที่ยว ดูธรรมชาติ หรือเล่นน้ำทะเลก็ตาม ช่างเป็นฤดูที่อากาศชื่นบานแจ่มใสเยอะที่สุดอย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
กว๋างนิญ / Quang Ninh
ผู้ใดกันแน่ที่ต้องการมาท่องเที่ยวสมุทรก็น่าจะมาตอนฤดูนี้และก็ตรงนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอ่าวฮาทดลองเบย์ เป็นสมุทรที่โด่งดังที่สุดของเวียดนาม อากาศในฤดูใบไม้ตกนี้จะเป็นตอนที่คลื่นสงบเหมาะสมแก่การหลอกลวงงเรือดูบรรยากาศงามๆมากมายก่ายกองอย่างยิ่งจริงๆ
4. หน้าหนาว
ตอนเดือน : ธ.ค. – ก.พ.
เป็นช่วงๆที่หนาวเย็นที่สุดของเวียดนามในรอบปี ซึ่งถ้าหากว่าคุณไปท่องเที่ยวในฤดูหนาวนี้ก็ควรจัดเตรียมเสื้อผ้าให้อุ่นๆเข้าไว้ เนื่องจากอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูหนาวของตรงนี้จะอยู่ที่ราวๆ 7-20 องศาเซลเซียส ผู้ใดกันที่ต้องการทดลองสัมผัสอากาศหนาวแม้กระนั้นไม่ต้องการที่จะไปไกล นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณคงจะมาทดลองท่องเที่ยวมอง ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
ซาขว้าง / Sa Pa
เป็นเมืองเล็กๆที่น่าท่องเที่ยวรวมทั้งได้ถูกเรียกว่าเป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่เวียดนามอีกด้วย เมื่อถึงหน้าหนาวที่นี้จะแปลงเป็นจุดหมายของนักเดินทาง ที่ต้องการมาสัมผัสความหนาวเย็นของเมืองที่นี้อย่างมากมาย เพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นเมืองที่มีเทือกเขาล้อมรอบแล้ว ก็ยังมีธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์และก็บรรยากาศก็ดีแล้วไม่แพ้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย
5. หน้าฝน
ตอนเดือน : พ.ค. – ต.ค.
เดี๋ยวนี้จะเป็นช่วงๆที่ป่าดงจะอุดมชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวยเขียวชอุ่ม ตอนนี้เป็นช่วงๆที่ธรรมชาติเขียวชอุ่มแต่ว่าก็เป็นตอนๆที่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมองเปียกโชกไปหมด ก็เนื่องจากว่าเป็นตอนๆที่มีฝนตกหลายครั้งที่สุดของเวียดนามนั่นเอง ต้องการจะมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูนี้ก็ควรจะมาในตอนพฤษภาคมจะดีมากกว่า เพราะเหตุว่าเป็นเดือนที่ฝนยังตกไม่แรงและก็ลมพายุก็ไม่หนักเท่าเดือนอื่นๆซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
ฮอยอัน / Hoi An
เป็นเมืองมรดกโลกที่คุณควรต้องมาให้ได้ถ้าเกิดมาท่องเที่ยวเวียดนาม โน่นก็เนื่องจากตรงนี้เป็นเมืองที่ประวัติศาสตร์ที่มีวัฒนธรรมรวมทั้งสถาปัตยกรรมแบบเริ่มแรก
6. หน้าแล้ง
เดือนพฤศจิกายน – ม.ย.
เป็นฤดูที่อากาศพอดีไม่ร้อนไม่หนาวจนกระทั่งเกินความจำเป็น ก็อย่างว่ามันเป็นหน้าแล้งก็เลยจะไม่ค่อยมีฝนตกเท่าไร ซึ่งหน้าแล้งนี้ก็เป็นฤดูที่น่าท่องเที่ยวอีก 1 ฤดู ที่คุณจะสามารถไปโน่นไปนี่ได้อย่างมีความสุขไม่ต้องกลัวจะเปียกโชกหรืออากาศหนาวจนกระทั่งเหลือเกินนั่นเอง ซึ่งเมืองที่น่าท่องเที่ยวโน่น
โฮจิมินห์สิตี้ / Ho Chi Minh City
เป็นเมืองที่เคยเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส คุณก็จะได้เจอกับสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปได้ทั่วเมือง ทั้งเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม ก็เลยเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์ที่นาน สถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดหลายที่อย่างใหญ่โต ไม่ว่าจะเป็นโรงอุปรากร มหาวิหารนอร์ทคุณดาม ทำเนียบอิสระ ตลาดบินถั่น เป็นตัน

6 ที่เที่ยวฮิปๆในเวียดนาม ที่ไปสูดอากาศดีแบบเต็มปอด

ทัวร์เวียดนาม เวียดนามเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเมืองไทยพวกเรา เวียดนามมีสถานที่เที่ยวเยอะแยะมีอีกหลายที่ที่น่าดึงดูดมากมายอย่างยิ่งจริงๆ วันนี้ก็เลยมีสถานที่เที่ยวน่าดึงดูดในเวียดนามที่พวกเราจะมานำเสนอให้เพื่อนฝูงๆได้ทราบจะกัน การันตีเลยว่าถ้าหากได้มาท่องเที่ยวตรงนี้จะเป็นความบันเทิงใจที่ไม่เคยทราบลืมแล้วจริงๆมาดูกันเลยจ้ะว่ามีสถานที่เที่ยวที่แห่งใดบ้างในเวียดนามที่น่าดึงดูดเหมาะสมกับสายฮิปๆอย่างพวกเราๆกัน ตามมาเลย!
1. อ่าวฮาทดลองเบย์
(Ha Long Bay)
เป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ อ่าวที่นี้มีพื้นน้ำกว้างถึงราว 1,500 ตารางกิโลเมตรซึ่งแต่ละตารางนั้นก็มีความงามทางธรรมชาติรอบๆ ก็จะมีเกาะหินปูนน้อยใหญ่กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆของอ่าวที่มีสูงถึง 1,969 เกาะ ไม่สนเท่ห์ใจเลยใช่ไหมค่ะว่าเพราะเหตุไรตรงนี้ก็เลยเป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวที่คุณน่าจะมา
2. ทะเลทรายมุยเน่
(White Sand Dunes)
ไม่ต้องบินไปไกลถึงซาฮาร่าคุณก็สามารถบินมาใกล้ๆท่องเที่ยวทะเลทรายมุยเน่ที่เวียดนามได้ แถมบรรยากาศความฟินก็ยังได้แบบเดียวกันอีกด้วย ซึ่งมุยเน่เนี่ยเป็นเมืองชายทะเลที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ตรงนี้มีอีกทั้งชายทะเลและก็สันทรายขนาดใหญ่ที่ใหญ่มากเลยจริงๆที่เที่ยวของทะเลทรายตรงนี้เป็นมีทะเลทรายขาวกับทะเลทรายแดง สำหรับคนผู้ที่ต้องการถ่ายภาพงามๆก็เสนอแนะให้ถ่ายที่ทะเลทรายขาว ด้วยเหตุว่าจะถ่ายภาพงามกว่าทะเลทรายแดงมากมายเลยขา
3. เกาะฟูก๊วก
(Phu Quoc Island)
เกาะนึงที่เรียกว่าเป็นเกาะสรวงสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความสวยของธรรมชาติและก็ของกินที่อร่อย ซึ่งเกาะที่นี้จะมีเกาะเล็กเกาะน้อยที่จะมีขนาดต่างกันออกไปถึง 28 เกาะอีกด้วย แล้วคุณลักษณะเด่นที่จำเป็นต้องมาให้ได้เลยก็คือทรายของตรงนี้ขาวนวล รวมทั้งน้ำทะเลที่ต้องการจะกล่าวว่างามใสมากมายๆใสขนาดที่ว่าาดูอยู่ข้างบนผิวน้ำก็แลเห็นต้นปะการังเลยละขา
4. ถ้ำฟองญา
(Phong Nha Caves)
ตัวถ้ำตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติฟองญาโซนภาคกึ่งกลางของเวียดนาม บอกเลยว่าถ้ำที่นี้เป็นเทือกเขาหินปูนที่แก่มากยิ่งกว่า 400 ล้านปี ถือได้ว่าอะไรที่ดั้งเดิมเอามากๆเลยล่ะจ้ะ ซึ่งนี้มีความเป็นที่สุดในหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นมีเนินทรายและก็หินใต้น้ำที่งามที่สุด มีหินงอกหินย้อยลักษณะต่างๆที่งามที่สุด และก็ยังรวมทั้งมีทะเลสาบน้ำจืดด้านในถ้ำที่งามที่สุด จะต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่สมควรจะพลาดมากมายเลยจริงๆ
5. ซาขว้าง
(Sa Pa)
เป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติแห่งหนึ่งที่ไปแล้วรู้สึกราวกับได้พักอย่างมาก ดูไปทางไหนก็สบายตาสุขใจเนื่องจากว่าได้ถูกล้อมไปด้วยแนวเขา แถมยังมีอากาศที่เย็นสบายทั้งปีอีกด้วย ผู้ใดกันแน่ที่ต้องการมาพักแบบจริงๆจังๆก็สามารถมาสูดอากาศของตรงนี้ให้เต็มปอดเพื่อรับบรรยากาศดีๆเข้าไปเพื่อบรรเทาได้แบบสุดกำลัง
6. ชายหาดญาจาง
(Nha Trang Bay)
เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมของเวียดนามเพราะว่านอกเหนือจากความงามของชายหาดที่ยาวมากยิ่งกว่า 6 กิโลแล้ว ก็ยังเหมาะสมกับการอาบแดด นั่งเรือท่องไปตามเกาะ เล่นกิจกรรมทางทะเลต่างๆเยอะแยะอีกด้วย แล้วจุดแข็งเลยก็คืออาหารทะเลที่จะถูกอกถูกใจคุณอย่างแน่แท้เพราะเหตุว่าอีกทั้งสดและก็อร่อยไม่แพ้ที่ใดเลยจริงๆ

ท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง เมืองเล็กๆบรรยากาศ สไตร์ยุโรป

ทัวร์เวียดนาม วันนี้พวกเราจะมาท่องเที่ยวกันที่ บาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang) เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นของสไตล์ยุโรป ลักษณะที่ราวกับถูกเอาเมืองยุโรปในอดีตกาลเอามาย่อให้ขนาดเล็ก แล้วเอามาไว้บนเขาของประเทศเวียดนามนั่นเอง ซึ่งเมืองที่นี้ก็ได้อยู่ห่างจากเมืองดานังราว 25 กม.แล้วตั้งอยู่บนเขาที่มีความสูงถึง 1,487 เมตร เป็นความสูงที่สูงจนถึงน่าสยองอยู่เช่นเดียวกันใช่ไหมล่ะ แล้วที่ไม่ธรรมดาเลยก็คือการเดินทางที่จะขึ้นไปท่องเที่ยวของตรงนี้นั้นต้องขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไปเพียงแค่นั้น ขอบอกเลยว่าการขึ้นรถเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปนั้นด้านเป็นเคเบิ้ลคาร์ที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งมีระยะทางถึง 5,042 เมตร แล้วก็สูงจากพื้นดินถึง 1,291 เมตร คุณพระผู้เป็นเจ้าคนใดกันที่กลัวความสูงนี้จำเป็นต้องคิดให้ดีๆหน่อยนะคะ ด้วยเหตุว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจรวมทั้งหวาดเสียวที่สุด!
เข้าไปด้านในก็จะรู้สึกอย่างกับว่าเสมือนอยู่ในยุโรปมากยิ่งกว่าเวียดนามซะอีก เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนที่ในลักษณะของประเทศฝรั่งเศสโบราณที่อดให้มีความคิดว่ายุยงในยุโรปมิได้จริงๆจำต้องเตือนสติตนเองไว้ว่าอยู่เวียดนามนะคะทุกคน แม้กระนั้นบรรยากาศตรงนี้ก็จะราวกับหมู่บ้านประเทศฝรั่งเศสที่ย้อนอดีตเป็นความโรแมนติกแบบโบราณๆบวกกับอยู่บนเทือกเขาสูงด้วยทำให้บรรยากาศของตรงนี้ดีและก็ชื่นบานมากมายๆเพื่อนฝูงๆสามารถไปเที่ยวรอบหมู่บ้านได้น่าฟังว่าที่นี่เป็นเมืองเล็กๆที่มิได้ใหญ่มากนัก ทดลองเดินดูโบสถ์ที่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ประเทศฝรั่งเศสยุคกลาง ทั้งยังห้องอาหารทิวทัศน์ดีเว่อ ร้านขนมปังเก๋ๆและก็โฮเต็ลที่งามกระทั่งเอามากๆกระทั่งรู้สึกเสมือนได้ย้อนกลับไปในระยะเวลาเก่าๆเลยละขา
มหาวิหารแซงต์เดอนีส์ (Saint Denis)
จุดที่ไม่สมควรพลาดเลยก็คือโบสถ์ Saint Denis ซึ่งจำลองแบบมาจากโบสถ์ Notre-Dame ที่กรุงปารีส ข้างในของโบสถ์นั้นตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำตาลตัดกับสีขาวที่งามได้พอดีเอามากๆพร้อมลานน้ำพุโอบล้อมด้วยแปลงดอกไม้หน้าโบสถ์ เป็นสถานที่ช่างงามทุกซอกซอยเลยจริงๆ
สะพานลอยฟ้า (Golden Bridge)
เป็นจุดที่จะจำเป็นต้องมาท่องเที่ยวให้ได้ถ้าหากว่ามาถึงตรงนี้แล้ว บอกเลยจ้ะว่าถ้าหากมิได้มาถ่ายภาพกับที่ตรงนี้ก็เสมือนมิได้มาท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ เด่นของตรงนี้เนื้อเป็นจะเป็นรูปมือยักษ์สองมือรอพยุงสะพานเอาไว้ ซึ่งเป็นสะพานลอยฟ้าที่มีความยาว 150 เมตร สีทองคำ จำเป็นจะต้องมาท่องเที่ยวให้ได้นะเอ้อ!
สวนสนุก (Fantasy Park)
นี้ถือได้ว่าจุดที่เก็บรวบรวมความสนุกสนานให้กับทั้งยังคนแก่แล้วก็เด็ก แล้วยังเป็นแล้วยังเป็นสวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามด้วยนะคะทราบหรือไม่ คุณก็เลยไม่สมควรที่จะพลาดกับสวนสนุกที่นี้ที่อีกทั้งสนุกสนานแล้วก็ราคาสนิทสนมอีกด้วย

4 สถานที่เที่ยวเวียดนาม ไปไม่ไกล ออม อุ่นใจเรื่องเงิน

เวียดนามเป็นอีกประเทศหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับบ้านพวกเรา ทัวร์เวียดนาม การเดินทางอะไรก็สบายไปหมด รวมแม้แต่การกินก็เบาๆไม่ใช้เงินมาก เพราะว่าอย่างงี้ตรงนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นประเทศที่ผู้คนจำนวนมากถูกใจมาท่องเที่ยวกันในวันหยุด วันนี้ก็เลยต้องการจะมาเสนอแนะสถานที่เที่ยวในเวียดนาม ที่บอกเลยว่าดีต่อดวงใจใครๆก็ถูกใจ มาดูเลยจ้ะว่ามีที่ใดบ้าง
1. โฮจิมินห์ สิตี้
(The Cafe Apartment)
นี่เป็นคาเฟ่ชิวๆที่เหมาะสมกับการนั่งจิบชารับประทานขนมเค้กและก็เซลฟี้เป็นที่สุด ซึ่งการตกแต่งของแต่ละร้านค้าในอาคารนี้ก็จะมีสไตล์การตกแต่งที่แตกต่างออกไป ซึ่งตรงนี้ก็จะมีทั้งปวง 9 ชั้นก็จะมีพวก ค๊อฟฟี่ช็อป ห้องอาหาร ร้านบูติกต่างๆจะต้องบอกเลยว่าที่นี่ได้ถูกรีโนเวทให้เปลี่ยนเป็น The Cafe Apartment ที่ที่นี้อาคารที่นี้เคยเป็นบ้านพักของทางรัฐบาลทหารในตอนปี 1950 ก็คือในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้กระนั้นขณะนี้ก็แปลงเป็นอาคารที่มีร้านค้าคาเฟ่ร้านบูติกต่างที่บอกเลยว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เสมือนที่แหน่งใดเลยจ้ะ
2. เกิ่นเทอ
(Can Tho)
เป็นเมืองที่ไม่เล็กไม่ใหญ่และก็ไม่วุ่นวายล้นหลาม คุณสามารถมาไปเที่ยวเล่นได้อย่างมีความสุขได้ซึ่งตรงนี้เขาจะมีตลาดน้ำซึ่งสามารถนั่งเรือท่องเที่ยวได้ เพื่อจะดูบรรยากาศการใช้ชีวิตกึ่งกลางน้ำของชาวเกิ่นเทอ ซึ่งตลาดท้องน้ำที่นี้เป็นตลาดนัดในต้นแบบเริ่มแรกนะทุกคนหาดูได้ยากมากมาย แล้วผู้ที่ถูกใจรับประทานแน่ๆว่าจะพลาดมิได้เลยเนื่องจากตรงนี้ยังมีห้องอาหารแบบเวียดนามแบบสตรีทฟู้ดเยอะๆมีตลาดตอนกลางคืน มีศาลเจ้า แล้วก็มีอาหารที่อร่อยที่กล่าวว่าเด็ด!ไม่แพ้เมืองใหญ่ของเวียดนามเลยล่ะจ้ะ
3. ถ้ำซันดอง
(Son Doong Cave)
เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Phong Nha-Ke Bang เป็นถ้ำที่มีความโบราณเรียกว่าเก่ากึกมากมายๆด้วยเหตุว่าอายุของถ้ำที่นี้แก่ราว 2-5 ล้านปีเป็นอายุที่ยืนยาวมากมายๆแล้วทีเด็ดของถ้ำที่นี้ก็คือด้านในช่องเขามีความกว้างถึง 200 เมตรสูง 150 เมตรและก็มีความยาวถึง 9 กิโลอีกด้วย ถ้ำที่นี้ก็เลยได้รับการบรรจุให้แปลงเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วบอกเลยนะข้างในนี้ยังมีพื้นที่อีกเยอะแยะที่นักตรวจยังไปไม่ถึงนะคะ เนื่องจากการสำรวจนั้นสามารถทำเป็นเพียงแค่ฤดูแล้งเพียงแค่นั้น ไม่เช่นนั้นน้ำมันก็จะขึ้นมันก็เลยทำให้เข้าไปตรวจสอบมิได้นั่นเองจ้ะ
4. ถ้ำฟองญา
(Phong Nha Caves)
ตั้งอยู่ด้านในอุทยานแห่งชาติฟองญา ตรงนี้เป็นเทือกเขาหินปูนที่แก่มากยิ่งกว่า 400 ล้านปี แล้วถูกได้รับการชื่นชมให้มีความเป็นที่สุดถึง 7 อย่างร่วมกันเลยก็คือ ถ้ำในน้ำยาวที่สุด มีปากถ้ำกว้างแล้วก็มากที่สุด มีเนินทรายรวมทั้งหินใต้น้ำงามที่สุด มีทะเลสาบน้ำจืดในถ้ำงามที่สุด มีหินงอกหินย้อยทรงต่างๆงามที่สุด มีสายธารลอดเทือกเขายาวที่สุด (13,969 เมตร) และก็ถ้ำที่มีทั้งยังแห้ง อีกทั้งกว้างรวมทั้งงามที่สุด แบบงั้นจะพลาดมิได้เลยนะคะ

1 2 3